สิวหายข้ามเดือน! รวมวิธีรักษาสิวที่ได้ผลและโปรแกรมรักษาสิว ทำตามนี้ 3 เดือน ผิวเนียนใสชัวร์

สิวหายข้ามเดือน! รวมวิธีรักษาสิวที่ได้ผลและโปรแกรมรักษาสิว ทำตามนี้ 3 เดือน ผิวเนียนใสชัวร์ ปัญหาสิว เป็นเรื่องกวนใจของคนทุกช่วงวัย ตั้งแต่วัยรุ่นไปจนถึงวัยทำงาน ยิ่งช่วงที่สิวเห่ออักเสบ ยิ่งทำให้คนไม่มั่นใจที่จะเผยหน้าสดออกไปนอกบ้าน การรักษาสิวด้วยตัวเองไม่ถูกวิธี อาจทำให้เป็นสิวเรื้อรังและลามไปจนเกิดหลุมสิวถาวรได้ ในบทความนี้  เรารวบรวมเกี่ยวกับสิวแต่ละประเภท ที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงอายุ พร้อมคำแนะนำในการรักษาสิว  อย่างใส่ใจและถูกต้อง เห็นผลลัพธ์ที่ดีจากคุณหมอ มาดูกันเลย  ทำความรู้จักสิวแต่ละช่วงอายุ ประเภทของสิว (สิวอุดตัน, สิวอักเสบ, สิวฮอร์โมน) สิว ที่มักเกิดขึ้นบ่อยในช่วงวัยรุ่นและวัยทำงานมี 3 ประเภท ได้แก่ สิวอุดตัน สิวอักเสบและสิวฮอร์โมน โดยสิวทั้ง 3 ประเภทนี้มีลักษณะและสาเหตุแตกต่างกัน   สิวอุดตัน เกิดจากสาเหตุที่ผิวผลิตไขมันส่วนเกินออกมาเยอะ จนไปสะสมอุดตันรูขุมขน จนเป็นของเสีย  สิวอุดตันจะมีทั้งแบบสิวหัวขาว (Whiteheads) และสิวหัวดำ (Blackheads)  สิวอักเสบ คือสิวอุดตันที่อักเสบจนผิวแดง โดยมาจาก แบคทีเรีย (P.acnes) ที่อยู่ในรูขุมขนจะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ บวมแดง และอาจเกิดหนองได้บริเวณสิว กดบริเวณสิวแล้วจะรู้สึกเจ็บ ในบางเคสอาจลุกลามเป็นสิวหัวช้าง  สิวฮอร์โมน คือสิวที่มักขึ้นบริเวณคาง กราม และช่วงล่างของใบหน้า เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน โดยเฉพาะ เทสโทสเตอโรน ที่มากเกินไป ทำให้ผิวหนังผลิตน้ำมันมากขึ้น จนเกิดเป็นสิวจำนวนมากแบบผิดปกติ  เมื่อสิวยุบแล้ว มักจะเกิดสิวใหม่ทันที  ความแตกต่างระหว่างสิวในช่วงวัยรุ่นและวัยทำงาน  (Young acne VS Adult acne) สิวในวัยรุ่น เกิดจาก ฮอร์โมนเพศ (แอนโดรเจน) ที่เพิ่มขึ้นช่วงวัยเจริญพันธุ์ ทำให้ต่อมไขมันทำงานมากกว่าปกติ น้ำมัน + เซลล์ผิวที่ตายแล้ว = รูขุมขนอุดตัน → สิวอักเสบ สิวในวัยทำงาน (ผู้ใหญ่): มักเกิดจาก ความไม่สมดุลของฮอร์โมน ความเครียด การพักผ่อนไม่พอ หรือ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว/เครื่องสำอางที่อุดตันผิว นอกจากนี้ สาเหตุของการเกิดสิว อาจมาจากกรรมพันธุ์ ความเครียด การทานอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันเยอะ สภาพอากาศฝุ่นควันจนทำให้เกิดผิวแพ้ระคายเคืองได้ง่าย ทั้งนี้ การรักษาสิวอย่างถูกวิธี ควรเข้าพบคุณหมอเพื่อประเมินสาเหตุและรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับผิวของคุณ เพราะการรักษาสิวที่ได้ผล รอยสิวหายไว้ ต้องเริ่มจากการเข้าใจสาเหตุของการเกิดสิวของแต่ละคนก่อนเสมอ   วิธีการรักษาและป้องกันสิวซ้ำ หากคุณไม่ได้เป็นสิวเรื้อรังนานเกิน 3 – 6 เดือนและเป็นสิวเพียงไม่กี่เม็ด สามารถดูแลตัวเองได้ด้วยการ ทายาแต้มสิวและล้างหน้าให้สะอาดอยู่เสมอ แต่หากลองทำวิธีนี้แล้ว ยังเป็นสิวซ้ำและสิวเห่อจำนวนมาก แนะนำให้เข้ามารับคำปรึกษาคุณหมอก่อนจะดีกว่า สำหรับวิธีการรักษาและป้องกันสิวซ้ำ ที่ Chiangmai ALIST Clinic เรามั่นใจว่า สิวที่เกิดขึ้นสามารถลดลง โดยเราแบ่งระยะการรักษาสิวตามลักษะอาการที่พบ 3 แบบด้วยกัน ดังนี้ เดือนที่ 1: ลดการอักเสบ / ปรับสมดุลผิว สำหรับการรักษาสิวในช่วงเดือนแรก จะเน้นที่ลดการอักเสบและปรับสมดุลผิว โดยคุณหมอจะแนะนำให้คนไข้ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าสูตรอ่อนโยน ทายาแต้มสิว  (Chemical Peeling) และในบางเคสจะได้รับยาลดสิวแบบทานมาร่วมด้วย จะช่วยปรับให้อาการสิวดีขึ้นและสิวขึ้นลดน้อยลง *ยารักษาสิว ควรได้รับมาจากแพทย์ แนะนำไม่ควรซื้อยามาใช้เองเนื่องจากอาจไม่ตรงกับชนิดของสิว รวมทั้งอาจทำให้เชื้อสิวเกิดการดื้อยาได้ เดือนที่ 2: ฟื้นฟู/ ควบคุมความมัน / ป้องกันสิวใหม่ ในช่วงเดือนที่ 2 หลังจากสิวเริ่มลดน้อยลงและไม่อักเสบแล้ว คุณหมอจะเน้นฟื้นฟูในเกราะป้องกันผิวแข็งแรงขึ้น โดยจะให้ยาทาสำหรับสิวเพื่อฟื้นฟูและบำรุงผิวให้แข็งแรงและลดยารักษาสิวแบบทานลง (กรณีที่สิวที่เริ่มหาย)  เดือนที่ 3: จัดการรอยแดงรอยดำ / ปรับสภาพผิวให้แข็งแรง ในช่วงเดือนที่ 3 เมื่อสิวหายแล้วและยังคงหลงเหลือแต่รอยแรงและจุดด่างดำต่างๆ ในขั้นตอนนี้ คุณหมอจะเน้นที่โปรแกรมหัตถการผิว เพื่อปรับสภาพผิวให้แข็งแรงและเรียบเนียนขึ้น เช่น รักษาด้วยเมโสลดรอย ปรับสภาพผิว เติมวิตามินผิวและทำ E-Light Therapy จะช่วยลดเลือนจุดให้ดูจางลงได้ เป็นต้น แนะนำโปรแกรมรักษาสิวที่ Chiangmai ALIST Clinic มองหาวิธีรักษาสิวที่เน้นผลลัพธ์และใส่ใจ ขอแนะนำโปรแกรมรักษาสิว ของ Chiangmai ALIST Clinic  ด้วยทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์ กว่า 10 ปี คลินิกได้ออกแบบโปรแกรมรักษาสิวที่ครอบคลุมทุกปัญหาผิว ตั้งแต่สิวอุดตัน สิวอักเสบ ไปจนถึงรอยดำจากสิว เราใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือทางการแพทย์ที่เน้นคุณภาพที่ดี ได้รับมาตรฐาน รวมถึงให้ความสำคัญ ใส่ใจกับทุกกระบวนการรักษา เพื่อผลลัพธ์ที่ดี และไม่ก่อให้เป็นสิวเรื้อรัง หรือเลี้ยงไข้ คุณหมอได้ออกแบบโปรแกรมรักษาสิวเฉพาะบุคคล ที่เหมาะกับปัญหาผิวของคนไข้Acne Klear Tretment – จัดการสิวครบจบในหนึ่งโปรแกรม เป็นโปรแกรมช่วยลดสิวอักเสบและสิวอุดตัน พร้อมรักษาสิวด้วย 6 ขั้นตอน A-Clear – ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างล้ำลึก ขจัดสิ่งสกปรกและความมันส่วนเกิน Peel Mask – ผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ช่วยให้ผิวเรียบเนียนและพร้อมรับการบำรุง Acne Clear – กดสิวหัวดำ สิวอุดตัน และสิวฝังลึกอย่างถูกวิธี โดยผู้เชี่ยวชาญ Bio Light – ฉายแสงบำบัดเพื่อฆ่าเชื้อสิว ลดการอักเสบ และควบคุมความมัน Acne Treatment – ผลักวิตามินเข้าบำรุงลึกถึงชั้นผิว ช่วยให้ผิวแข็งแรงและฟื้นตัวเร็ว Acne Mask – มาส์กลดการอักเสบของสิว พร้อมยับยั้งการเกิดสิวใหม่ Acne Klear Treatmet มอบผลลัพธ์เน้นการผลัดเซลล์ผิวที่อ่อนโยน ลดสิว พร้อมฟื้นฟูผิวให้แข็งแรง ลดรอย และป้องกันการเกิดสิวซ้ำ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดสิวทุกประเภท ทั้งสิวอุดตัน สิวอักเสบ  Blue – Light Therapy Program – หัตถการทำโดยแพทย์ ใช้เครื่องที่มีเทคโนโลยี Intense Pulsed Light การใช้แสงพลังงานสูงที่มีความยาวคลื่นกว้าง โหมด Blue Light Therapy เพื่อรักษาสิวอักเสบ ลดการอักเสบของสิว และทำลายแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิวนอกจากนี้ยังช่วยลดรอยแดง รอยดำจากสิว ทำให้ผิวที่เป็นสิวโดยรวมดีขึ้น โดยไม่ต้องพักฟื้น และทำได้ทุก 2 สัปดาห์  กลไกการทำงาน  ลดสิวและแบคทีเรีย: Blue Light Therapy ช่วยลดการเติบโตของแบคทีเรีย P.acnes (สาเหตุที่ทำให้เกิดสิว) และแสงยังทำลายหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงต่อมไขมัน ทำให้ขนาดของต่อมไขมันเล็กลง ลดรอยแดงและรอยดำ: Blue Light Therapy  สามารถทำลายเส้นเลือดฝอยเล็กๆ ที่เป็นสาเหตุของรอยแดง และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวเพื่อช่วยลดรอยดำ ลดความมันและกระชับรูขุมขน: การทำงานที่ต่อมไขมันจะช่วยลดความมันบนใบหน้า และช่วยกระชับรูขุมขนให้เล็กลง เทคโนโลยีแสงบำบัด Blue Light Therapy ที่  เชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพึ่งการทายาและทายาเยอะๆ ผู้มีปัญหาสิวเรื้อรัง หรือ ต้องการลดสิวอย่างเร่งด่วน รวมถึงการป้องกันการเกิดสิวใหม่ และการทำเทคโนโลยีแสงบำบัด Intense Pulsed Light   ทั้งหมดจะดำเนินการโดย แพทย์ผู้มีประสบการณ์ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกพลังงานแสงที่ใช้มีความเหมาะสม และให้ผลลัพธ์ที่เห็นผลลัพธ์ท่ีดีต่อการรักษาสิว  ผิวที่ดีขึ้นภายใน 8-12  สัปดาห์  ทำไมต้องเลือก Chiangmai ALIST Clinic คลินิครักษาสิวเชียงใหม่ Chiangmai ALIST Clinic เราไม่ได้มุ่งแค่ “รักษาสิว” แต่เน้น “ฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงจากภายใน” เราดูแลโดยทีมแพทย์ ที่พร้อมวิเคราะห์สาเหตุของสิวที่เหมาะสมกับบุคคล และออกแบบโปรแกรมรักษาให้เหมาะกับสภาพผิวแต่ละคน ใช้เทคโนโลยีการรักษาที่ปลอดภัย เห็นผลลัพธ์ พร้อมดูแลต่อเนื่องจนผิวกลับมาสมดุลและมอบผิวกระจ่างใสในระยะยาว ทีมแพทย์ของ ALIST Clinic เน้นใส่ใจทุกการรักษาตั้งแต่เริ่มต้นอย่าง “การประเมินโดยแพทย์” เพราะเราเชื่อว่าผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แพทย์จะวิเคราะห์สภาพผิวและปัญหาเชิงลึกก่อนทุกขั้นตอน เพื่อวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม ปลอดภัย และเห็นผลจริง เพื่อให้คนไข้มั่นใจได้ว่า ทุกทรีตเมนต์และหัตถการได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อผลลัพธ์ที่ตรงจุดและยั่งยืน  และในทุกเคสการรักษา หากพบว่า ผิวที่เป็นสิวยังไม่หายดี เราจะทำการรักษาและให้คำแนะนำจนกว่าสภาพผิวของคนไข้ทุกเคสดีขึ้น  จองโปรแกรมรักษาสิวกับ Chiangmai ALIST Clinic เพื่อให้คุณกลับมามั่นใจในผิวหน้าอีกครั้ง

โครงหน้าแบบนี้ ควรฉีดฟิลเลอร์จุดไหนบ้าง และแต่ละจุดควรฉีดกี่ CC

โครงหน้าแบบนี้ ควรฉีดฟิลเลอร์จุดไหนบ้าง และแต่ละจุดควรฉีดกี่ CC ฉีดฟิลเลอร์ คือทางเลือกยอดนิยมสำหรับคนที่อยากปรับรูปหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ว่าจะเป็นการเติมเต็มร่องลึก ปรับมิติให้ใบหน้าดูละมุน หรือเติมเต็มคางให้ได้สัดส่วน ฟิลเลอร์ช่วยให้เห็นผลทันทีหลังทำ แทบไม่มีเวลาพักฟื้น ปลอดภัย อีกทั้ง การใช้ฟิลเลอร์ ยังช่วยแก้ปัญหาเรื่องกระดูกโครงหน้าทรุด เติมเต็มชั้นผิวที่เสื่อมสภาพเมื่ออายุเพิ่มขึ้น พยุงผิวที่หย่อนคล้อยให้ตึงกระชับ และยังเสริมโครงหน้าที่สวยและหน้าดูเด็กลงได้ ถ้าคุณอยากปรับรูปหน้าใหม่ ให้สวยละมุนดูเป็นธรรมชาติและไม่ต้องเจ็บตัวเยอะ ในบทความนี้ เรารวบรวมเคล็ดลับในการฉีดฟิลเลอร์แต่ละจุด ช่วยปรับรูปหน้าแบบไหนมาบอกกัน ทำไมต้องวิเคราะห์โครงหน้าก่อนฉีดฟิลเลอร์ การวิเคราะห์รูปหน้า เป็นการประเมินหาสัดส่วนใบหน้าและจุดที่ต้องปรับบนหน้าก่อนฉีดฟิลเลอร์ ซึ่งจะวางแผนร่วมกับคุณหมอ เพื่อช่วยแพลนรักษาได้ถูกจุด ตรงใจคนไข้และปลอดภัยมากที่สุด ในบางเคสคนไข้มีจุดที่ต้องการฉีดฟิลเลอร์มาแล้ว แต่ไม่เหมาะกับโครงสร้างใบหน้า อาจทำให้ผลลัพธ์หลังทำดูไม่เป็นธรรมชาติและไม่เข้ากับสัดส่วนบนใบหน้าได้ เนื่องจาก โครงหน้าแต่ละแบบมักมีปัญหาไม่เหมือนกัน ALIST Clinic เราออกแบบใบหน้าก่อนฉีดร่วมกับคนไข้ โดยใช้เทคนิค A-LIST Contour Design สร้างโครงหน้าใหม่ที่ดูสวยเนียน ละมุนและเป็นธรรมชาติ คุณหมอจะแนะนำสัดส่วนแนวตั้งและแนวนอนของโครงหน้า พร้อมหาจุดทองคำ (Gloden Point) จุดดึงดูดสายตาที่ควรเน้นบนใบหน้าของคนไข้ ปรับรูปหน้าให้มีมิติในทุกมุม นัดปรึกษาและออกแบบใบหน้ากับคุณหมอได้ ที่นี่ ฉีดฟิลเลอร์เทคนิค A-List Contour Design ที่ ALIST Clinic เทคนิคฉีดฟิลเลอร์แบบ A-List Contour Design เป็นการประเมินจุดที่ฉีดฟิลเลอร์ให้เหมาะกับคนไข้แต่ละคนโดยเฉพาะ ซึ่งจะวิเคราะห์จากองค์ประกอบและสัดส่วนของใบหน้า เพื่อหาความสมดุลของใบหน้าที่สวย น่าดึงดูดตามหลักการสรีระศาสตร์ของรูปหน้า สำหรับ ALIST Clinic เรามีเทคนิคในการออกแบบใบหน้า ดังนี้ ● ดูสัดส่วนแนวตั้ง (Vertical Ratio) ประเมินความยาว ช่วงหน้าผากถึงคิ้ว , ช่วงหัวคิ้วถึงปลายจมูกและช่วงปลายจมูกถึงปลายคาง มีขนาดที่สมดุลกัน ● ดูสัดส่วนแนวนอน (Horizontal Ratio) ประเมินให้ระยะห่างจากขมับซ้าย-ขวา เทียบกับความกว้างของดวงตา จมูกและปากมีสัดส่วนเท่ากัน ● หาจุดทองคำ (Gloden Points)  บนใบหน้าของคนไข้แต่ละเคส หากฉีดจุดนี้แล้วหน้าจะดูสมดุล ละมุนและมีมิติมากขึ้น เช่น คาง สันจมูกและร่องแก้ม เป็นต้น การฉีดฟิลเลอร์ควรทำโดยคุณหมอที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์มาหลากหลาย เพราะการฉีดฟิลเลอร์เป็นศิลปะปรับโครงหน้าอย่างหนึ่ง โครงหน้าจะสวยขึ้นอยู่กับประสบการณ์และฝีมือของคุณหมอ ดูรีวิวเคสฉีดฟิลเลอร์ด้วยเทคนิคพิเศษจากคุณหมอ ALIST Clinic ได้ที่นี่ ALIST Clinic เลือกใช้ฟิลเลอร์อะไรบ้าง เราเลือกสรรฟิลเลอร์คุณภาพจากหลากหลายแบรนด์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น Neuramis, Neuramis Lidocaine Volume และ Restylane ซึ่งแต่ละรุ่นมีคุณลักษณะเฉพาะ ทั้งในเรื่องของเนื้อสัมผัสและความคงตัว ทำให้เหมาะสำหรับการปรับรูปหน้าในแต่ละบริเวณอย่างพิถีพิถัน● ฟิลเลอร์ Neuramis เป็นฟิลเลอร์เนื้อแน่นและหนืด มีส่วนผสมของยาชา 0.3% เหมาะกับการฉีดบริเวณผิวลึก เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ขมับตอบ แก้มตอบ กรอบหน้าและคาง มีอายุยาวนาน 6-8 เดือน● ฟิลเลอร์ Neuramis Lidocaine Volume เป็นฟิลเลอร์เนื้อสัมผัสแน่นที่สุด กลืนกับผิวได้ดี ยืดหยุ่นสูง มีส่วนผสมของยาชา 0.3% เหมาะกับการฉีดเติมเต็มริ้วรอยลึก เช่น ขมับ ข้างแก้ม ริ้วรอยและแก้มตอบ ช่วยปรับรูปหน้าบริเวณกรอบหน้าได้ มีอายุยาวนาน 6-8 เดือน● ฟิลเลอร์ Restylane เป็นฟิลเลอร์เนื้อนุ่ม มีส่วนส่วนผสมของยาชา ช่วยเติมเต็มริ้วรอยลึกและผิวหนังชั้นตื้นได้เป็นอย่างดี เหมาะกับการฉีดร่องแก้ม ร่องน้ำหมากและเต็มเต็มริมฝีปากให้อวบอิ่ม จุดเด่นของฟิลเลอร์ที่ ALIST Clinic เราเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐาน ผ่านการรับรองจาก KFDA จากเกาหลี, U.S.FDA จากสหรัฐอเมริกา EDQM จากยุโรป และ อย.ไทย เป็นผลิตภัณฑ์แท้ที่สามารถตรวจสอบได้ก่อนฉีด ฟิลเลอร์ที่ ALIST Clinic ให้ผลการรักษาค่อนข้างเป็นธรรมชาติ เรียบเนียนไปกับผิวได้มากกว่าและมีความปลอดภัยสูง แนะนำจุดฉีดฟิลเลอร์ที่เหมาะกับโครงหน้าแต่ละแบบ โครงหน้าแต่ละแบบ มีความกว้าง ความยาวและสัดส่วนที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้น การฉีดฟิลเลอร์ให้สวยเนียน ละมุนเหมาะกับโครงหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ ใครกำลังตัดสินใจจะฉีดฟิลเลอร์ แต่ยังไม่รู้จะฉีดจุดไหนดี เรามีคำแนะนำมาบอก 1. ฉีดฟิลเลอร์คาง เป็นการฉีดสารเต็มเต็ม HA เข้าไปที่บริเวณคาง ช่วยแก้ไขปัญหาคางบุ๋ม คางสั้น คางตัดและเสริมรูปหน้าให้ดูเรียวยาวขึ้น เหมาะกับคนที่โครงหน้ากลมและโครงหน้าอ้วนบริเวณ Mid Face เป็นต้น นิยมฉีดฟิลเลอร์คางประมาณ 1 – 2 CC 2. ฉีดฟิลเลอร์กรอบหน้า เป็นการฉีดสารเต็มเต็ม HA เข้าไปที่บริเวณกรอบหน้า กรามและขากรรไกรล่าง การฉีดฟิลเลอร์กรอบหน้า ช่วยแก้ปัญหาโครงหน้าอ้วน หน้ากลมและกรอบหน้าไม่ชัดได้ ปรับสัดส่วนหน้าแบนไม่มีมิติ แนะนำให้ฉีดข้างละไม่เกิน 2 – 4 CC 3. ฉีดฟิลเลอร์ขมับ จะฉีดฟิลเลอร์บริเวณขมับทั้ง 2 ข้างของใบหน้า ช่วยแก้ปัญหาขมับตอบ ขมัยลึกและปัญหาหน้าแก้มที่ไม่สมส่วนกัน เหมาะสำหรับคนที่หน้าเหลี่ยมและคนที่โหนกแก้มเด่น การฉีดฟิลเลอร์ขมับจะช่วยยกใบหน้าที่ดูเต็ม เรียวยาวและเสริมโครงหน้าให้ดูละมุนขึ้น ซึ่งนิยมฉีดข้างละไม่เกิน 2 – 4 CC (ขึ้นอยู่กับเคส) 4. ฉีดฟิลเลอร์หน้าแก้ม เป็นการฉีดฟิลเลอร์ไปที่บริเวณหน้าแก้ม พวงแก้มหรือกลางหน้าทั้ง 2 ข้าง เพื่อยกหน้าให้ดูมีมิติยิ่งขึ้น ช่วยให้แก้มอิ่มเต็มได้ นอกจากนี้ การฉีดฟิลเลอร์หน้าแก้ม ยังช่วยแก้ปัญหาแก้มตอบและร่องแก้มในเวลาเดียวกัน  เหมาะกับคนที่หน้าเหลี่ยม หน้ากลม หน้าแบนและมีโหนกแก้มชัด ส่วนใหญ่คุณหมอจะแนะนำให้ฉีดข้างละ 1  – 2 CC ทั้งนี้ ปริมาณการฉีดฟิลเลอร์แต่ละจุด ขึ้นอยู่กับปัญหาโครงหน้าเฉพาะบุคคล แนะนำให้ฉีดกับคุณหมอที่มีประสบการณ์ เพื่อความปลอดภัยและสวยเป็นธรรมชาติเหมาะกับรูปหน้ามากที่สุด อยากปรับรูปหน้าให้สวยละมุน ดูละเอียดยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด? การฉีดฟิลเลอร์ถือเป็นหนึ่งในหัตถการยอดนิยมที่ช่วยเติมเต็มและยกกระชับใบหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ทันที ไม่ว่าจะเป็นการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ร่องแก้ม คาง หรือขมับ  เติมเต็มความมั่นใจในแบบที่เป็นคุณ ฟิลเลอร์แท้ ผ่านอย. ปลอดภัย หน้าสวยละมุน เห็นผลทันที จองคิวฉีดฟิลเลอร์กับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญวันนี้ พร้อมโปรพิเศษเฉพาะคุณเท่านั้น! ทักเลย ALIST Clinic หรือ LINE: @chiangmai.alist

มือใหม่หัดฉีด! แนะนำ หัตถการฉีดโบท็อกซ์ Micro Botox ทำแล้วจะไม่เสียดายตังค์ เห็นผลแน่นอน

มือใหม่หัดฉีด! แนะนำ หัตถการฉีดโบท็อกซ์ Micro Botox ทำแล้วจะไม่เสียดายตังค์ เห็นผลแน่นอน โบท็อกซ์ ถือเป็นหัตถการเริ่มต้น เหมาะกับมือใหม่ที่เพิ่งวงการฉีดหน้า การฉีดโบท็อกซ์จะเห็นผลลัพธ์ชัดเจน ช่วยยกกระชับผิว ลดกรามและช่วยแก้ไขจุดบกพร่องบนใบหน้าหลายส่วน ฉีดแล้วไม่มีผลข้างเคียงและไม่มีอาการเจ็บหลังฉีดหน้าเสร็จ สำหรับใครที่กำลังมองหาหัตถการปรับรูปหน้า ทำแล้วหน้าเรียวขึ้นชัดและไม่เสียดายตังค์ ขอแนะนำ ไมโครโบท็อกซ์  (Micro Botox)  หัตถการฉีดหน้าใหม่ล่าสุด ที่ ALIST Clinic โปรแกรมยกกระชับผิวครบสูตร ช่วยปรับกรอบหน้าให้ดูชัดขึ้น กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและลดเลือนริ้วรอยเล็กๆให้จงลงได้ เตรียมตัวฉีดโบท็อกซ์ Micro Botox ครั้งแรก ควรรู้อะไรบ้าง ไมโครโบท็อกซ์  (Micro Botox) เป็นหัตถการฉีดผิวที่เหมาะกับคน 20+ ต้องการยกกระชับใบหน้า ปรับสภาพผิวให้สุขภาพดีและช่วยกระชับรูขุมขนให้ดูตื้นขึ้น ตอบโจทย์คนที่ต้องการงานผิวธรรมชาติและต้องการแก้ปัญหาผิวมีริ้วรอยได้อย่างตรงจุด สำหรับการเตรียมตัวก่อนฉีดไมโครโบท็อกซ์ครั้งแรก มีดังนี้ ● ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมง ● ไม่ควรทานวิตามิน อาหารเสริมต่างๆ หรือกลุ่มยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดอย่างน้อย 1 – 2 สัปดาห์ ● หลีกเลี่ยงการใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของเรตินอล (Retinol) , เรตินเอ (retin-A) , และกรดไกลโคลิค (Glycolic Acid) อย่างน้อย 1 วัน ● วันที่เข้าทำบริการควรแจ้งโรคประจำตัวและประวัติการทำหัตถการที่ผ่านมากับคุณหมอให้ครบถ้วน สำหรับ ALIST Clinic เราจะใช้โบท็อกซ์ Nabota ประมาณ  1 ขวดต่อเคส โดย 1 ขวด จะมีโบท็อกซ์ 200 ยูนิต ซึ่งปริมาณฉีดโบท็อกซ์มาก-น้อยจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปัญหาของคนไข้ ถ้าคุณยังไม่แน่ใจว่าจะฉีดโบท็อกซ์กี่ยูนิตดี แนะนำให้ลองเข้ามาปรึกษาคุณหมอที่ ALIST Clinic ก่อนดีกว่า  เพื่อให้คุณหมอประเมินปริมาณยูนิตและบริเวณที่ฉีดผิวแต่ละจุด ฉีดโบท็อกซ์  Micro Botox คืออะไร ช่วยอะไรบ้าง ข้อดีของไมโครโบท็อกซ์ หัตถการไมโครโบท็อกซ์  (Micro Botox) เป็นเทคนิคการฉีดโบท็อกซ์ ด้วยเทคนิคที่เน้นฉีดโบท็อกซ์ลงบนผิวชั้นตื้นอย่าง Interdetmal เพื่อยกกระชับ ปรับสภาพผิวให้แข็งแรงและลดเลือนริ้วรอยเล็กๆที่ผิวหน้า โดยตัวไมโครโบท็อกซ์จะเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้เซลล์ผิว ● ลดการผลิตน้ำมันของชั้นผิว เสริมให้รูขุมขนหดตัว● ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน ดูสุขภาพดี มอบผิวกระจ่างใส● ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ลดผิวหน้าแดง● กระชับผิวกรอบหน้า ลำคอ โครงหน้าชัดขึ้น● ลดริ้วรอยบนใบหน้าดูจางลง● บรรเทาอาการผิวแดงของโรคหน้าแดง Rosaceaจากประสบการณ์ฉีดไมโครโบท็อกซ์ พบว่า Micro Botox โด่ดเด่นด้านปรับสภาพผิวให้ดูสุขภาพดี  ช่วยลดรูขุมขนให้เล็กลงและยังปรับสีผิวให้เรียบเนียนได้อย่างผิว Glass Skin ควรฉีดโบท็อกซ์  Micro Botox จุดไหนบ้าง ฉีดกี่ยูนิต หัตถการไมโครโบท็อกซ์  (Micro Botox) จะเด่นเรื่องงานผิวธรรมชาติ ปรับผิวให้กระจ่างใส ยกกระชับผิว ลดริ้วรอย ร่องตื้นขนาดเล็กบนใบหน้าได้ ไมโครโบท็อกซ์  จะเห็นผลลัพธ์ยาวนานประมาณ 3 – 4 เดือนการฉีดไมโครโบท็อกซ์ ที่ ALIST Clinic สามารถฉีดได้ 3 บริเวณ คือ ● บริเวณหน้าแก้ม ใช้โบท็อกซ์จำนวน 20 – 30 ยูนิต● บริเวณกรอบหน้า ใช้โบท็อกซ์จำนวน 30 – 60 ยูนิต● บริเวณใต้คางและช่วงลำคอ  ใช้โบท็อกซ์จำนวน 30 – 60 ยูนิตการฉีดไมโครโบท็อกซ์ จะเหมาะกับโครงหน้าทุกรูปแบบ เพราะเป็นโปรแกรมที่ฉีดชั้นผิวตื้น ไม่ทำให้โครงหน้าเปลี่ยนแบบผิดธรรมชาติ ไมโครโบท็อกซ์จะช่วยปรับสีผิวให้ใสขึ้น เพิ่มคอลลาเจนให้ผิวหน้า ลดริ้วรอยร่องตื้นได้และช่วยเสริมชั้นผิวให้แข็งแรงหากมีข้อสงสัยเรื่องฉีดโบท็อกซ์ Micro Botox เพิ่มเติม แวะปรึกษาคุณหมอเรื่องฉีดไมโครโบท็อกซ์ได้ที่นี่ การฉีดไมโครโบท็อกซ์ เป็นหัตถการที่เน้นงานผิวสุขภาพดี ทำให้ผิวหน้าดูอ่อนเยาว์เป็นธรรมชาติ และมีผลข้างเคียงน้อยที่สุด ฉีดแล้วไม่มีอาการหน้าแข็งตึงหรือรู้สึกหนักบนชั้นผิวเลย ไมโครโบท็อกซ์  (Micro Botox) เหมาะกับใคร – ไม่เหมาะกับใคร การฉีดไมโครโบท็อกซ์ เหมาะกับคนที่อายุ 20+ ขึ้นไปที่ต้องการฟื้นฟูสภาพผิวและคนที่มีผิวหน้ามัน รูขุมขนกว้าง  อย่างไรก็ตาม คนที่มีปัญหาสิวเรื้อรัง ไม่แนะนำให้ฉีดไมโครโบท็อกซ์ เพราะอาจทำให้เกิดการอาการแพ้ ผิวอักเสบรุนแรงมากขึ้น นอกจากนี้ การฉีดไมโครโบท็อกซ์ ยังไม่เหมาะกับกลุ่มคนบางประเภท ได้แก่ ● คนที่มีอาการผิวหนังติดเชื้อ● คนที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร● คนที่มีความผิดปกติทางระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อ● คนที่มีอาการแพ้หรือไวต่อสารพิษโบทูลินั่ม (Botox) ดังนั้น ก่อนฉีดไมโครโบท็อกซ์ทุกครั้ง แนะนำให้เข้ามารับคำปรึกษากับคุณหมอที่ ALIST Clinic เพื่อตรวจเช็กสภาพผิวและลดโอกาสการปัญหาจากฉีดได้ แนะนำหัตถการเห็นผลปัง ฉีดโบท็อกซ์  Micro Botox  คู่กับ Ulta V – Lift อยากเห็นผลลัพธ์หน้าเรียว ผิวดูอ่อนเยาว์รวดเร็วยิ่งขึ้น แนะนำให้ทำคู่กับไมโครโบท็อกซ์ เพราะเมื่อทำพร้อมกันแล้วให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดทันทีผลังทำ การฉีด Micro Botox และทำ Ulta Lift ไปพร้อมกัน โปรแกรมนี้จะช่วยฟื้นฟูทั้งเซลล์ผิวชั้นตื้นและชั้นลึก ช่วยยกกระชับให้ผิวแน่นนุ่ม กระชับรูขุมขนให้เล็กลงและมอบผิวเต่งตึงกระจ่างใสขึ้น การดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกซ์ Micro Botox หลังจากฉีดไมโครโบท็อกซ์ ผิวของคนไข้จะมีรอยนูนเม็ดเล็ก บริเวณที่ฉีด ซึ่งรอยเหล่านี้จะยุบลงเองภายใน 2 – 3 ชั่วโมง  หากอยากให้ไมโครโบท็อกซ์ จะเห็นผลลัพธ์ยาวนานขึ้น แนะนำให้ลองดูแลตัวเองตามนี้ ● งดนวดหน้า กดหน้าบริเวณที่ได้รับฉีดโบท็อกซ์  อย่างน้อย 2 สัปดาห์● งดนอนราบและก้มหน้า เป็นเวลา 4 ชั่วโมง● ไม่ควรอยู่ในที่อากาศร้อน เป็นเวลา 4 ชั่วโมง● งดออกกำลังกายและดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมง ● งดทายา หรือแต่งหน้า บริเวณที่ได้รับฉีดโบท็อกซ์ อย่างน้อย 1 วัน● หากพบสิ่งผิดปกติบริเวณผิวที่ฉีด ควรรีบปรึกษาคุณหมอทันที รีวิวผลลัพธ์ฉีดโบท็อกซ์ที่ ALIST Clinic ของคน 20+ งบน้อยฉีดได้ สำหรับใครที่กำลังลังเลว่าจะฉีดไมโครโบท็อกซ์ ดีไหม เห็นผลลัพธ์ดีจริงไหม วันนี้เรารวบรวมรีวิวลูกค้าจริงมาให้แล้ว ดูแลผิวสวย ปรับรูปนหน้าเพิ่มความมั่นใจโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมมอบผลลัพธ์ที่ประทับใจจากลูกค้าจริงทุกเคส การันตีด้วยรีวิวเห็นผลชัดเจนที่ ALIST Clinic ALIST Clinic เราดูแลทุกเคสด้วยความใส่ใจ ทำโดยทีมแพทย์ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรอบรมจากบริษัทเกาหลี ผู้ผลิตโบท็อกซ์ NABOTA โดยตรง และผ่านประสบการณ์ฉีดโบท็อกซ์ปรับรูปหน้ามามากกว่า 1,000+ เคส การันตีด้วยรางวัล Nabota Award 2024 คลินิกที่มียอดการใช้ผลิตภัณฑ์ NABOTA สูงในระดับประเทศ ดูแลทุกความกังวลเรื่องรูปหน้า หากพบปัญหาไม่มั่นใจเรื่องรูปหน้าและปัญหาผิว เข้ามาสอบถามคุณหมอ ALIST Clinic ได้ที่นี่ บนแชท ที่นี่คุณหมอดูแลใกล้ชิดทุกเคสและตอบเองโดยตรง

แนะนำ 5 ทรงจมูกยอดฮิต 2024 เลือกทรงจมูกให้เข้ากับหน้า จมูกแบบไหนสวย ดูแพงธรรมชาติ

5 ทรงจมูกยอดฮิต 2024 เลือกทรงจมูกให้เข้ากับใบหน้า จมูกแบบไหนสวย ดูแพงธรรมชาติ อยากเริ่มต้นเสริมจมูก ทำจมูก ตกแต่งศัลยกรรมจมูกให้ได้ทรงสวย เพื่อปรับรูปหน้าใหม่ให้ละมุนและเป็นธรรมชาติ แนะนำให้คุณลองหาข้อมูลเรื่องเทคนิคการเสริมด้วยวัสดุซิลิโคนและการเลือกรูปทรงจมูกที่เหมาะกับรูปหน้าของตัวเองก่อน เพราะทรงจมูกที่ดี จะต้องเสริมให้รูปหน้าดูสวยเด่นและเป็นธรรมชาติมากที่สุด ในบทความนี้เราจะมาแนะนำ 5 จมูกทรงฮิต 2024 พร้อมแนะนำวิธีเลือกทรงจมูกให้เข้ากับหน้าจาก เชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก ช่วยปรับโครงหน้าใหม่ให้ดูสวยแพงและส่งให้ใบหน้ามีมิติยิ่งขึ้นได้ มาดูกันเลย! คำแนะนำเลือกทรงจมูกให้เข้ากับรูปหน้า ปกติเวลาลูกค้าเข้ามาปรึกษาเรื่องเสริมจมูกเพื่อปรับรูปหน้าใหม่ มักจะอยากแก้ทรงจมูกเดิมเพราะไม่เข้ากับรูปหน้า ลูกค้าส่วนใหญ่จะเลือกทรงจมูกที่ตัวเองชอบและอยากปรับทรงให้จมูกดูโด่งสูงขึ้น ตามหลักแล้วการเลือกทรงจมูกที่ถูกต้องควรเลือกทรงจมูกที่เหมาะกับรูปหน้าหรือโครงหน้าของตัวเองก่อนเป็นหลัก เพราะจะทำให้รูปจมูกดูเนียนกลมกลืนไปกับใบหน้าเดิม ทรงไม่แข็งเกินไป นอกจากนี้ ทริคนี้ยังช่วยปรับจุดบกพร่องของโครงหน้าให้น่ามอง และเสริมใบหน้าให้เรียวยิ่งขึ้นได้ หากสาวๆ สนใจเสริมจมูกที่ เชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก วันนี้เรามีทรงจมูกยอดฮิตในปีนี้มาบอกกัน. 1. จมูกหน้าเหลี่ยม คนที่มีใบหน้าเหลี่ยม หรือโครงหน้ายาวจะมีลักษณะใบหน้าที่มองเห็นช่วงกรามและโหนกที่ชัด รวมถึงความกว้างของหน้าผากสั้นกว่าโครงหน้า ควรเสริมจมูกปลายเชิดสันโด่ง หรือทรงจมูกปลายพุ่งจะส่งให้ใบหน้าดูคมชัด และเฉี่ยวคมยิ่งขึ้น 2. จมูกหน้ากลม คนที่มีใบหน้ากลมมักมีลักษณะโครงหน้าสั้นคางสั้น หน้าผากโค้งมนและมีเนื้อแก้ม เหมาะกับทรงจมูกที่ไม่โด่งมาก เน้นความเป็นธรรมชาติ เช่น ทรงหยดน้ำที่จะช่วยเสริมให้หน้าหวาน ละมุนขึ้น, จมูกทรงสันสโลปเป็นธรรมชาติ จะทำให้ใบหน้าเรียวยาว ดูเด็กลง, จมูกทรงสโลปปลายบาร์บี้ จะช่วยเพิ่มความอ่อนหวานให้กับใบหน้า เป็นต้น 3. ทรงจมูกหน้าหวาน คนที่มีรูปหน้าหวานจะมีลักษณะใบหน้ารูปไข่ หน้าผากและรูปคางที่โค้งมน การเลือกจมูกทรงสโลปปลายพุ่ง ทรงสโลปแกนเรียว ปลายหยดน้ำหรือจมูกทรงเกาหลี จะยิ่งส่งให้หน้ามีความน่ารักละมุนมากขึ้น โครงหน้ามีความเด็ก และเป็นมิตรมากขึ้น 4. ทรงจมูกหน้าเรียว คนที่มีโครงหน้าเรียวยาวจะมีรูปหน้าลักษณะ V-shape มีช่วงหน้าผากกว้างและรูปคางที่โค้งมนคนที่มีใบหน้าเรียวยาว เหมาะกับทรงจมูกหลากหลายแบบ สามารถเลือกทรงจมูกได้ตามความชื่นชอบส่วนตัวได้เลย ทรงจมูกที่เหมาะกับรูปหน้าเรียว ได้แก่ จมูกทรงแกนเรียว มีหยดน้ำ เสริมใบหน้าให้สวยหวาน เป็นธรรมชาติ จมูกทรงสโลปปลายพุ่ง มีหยดน้ำ ทำให้ใบหน้าดูมีมิติ ทรงจมูกดูโด่งพุ่งขึ้น จมูกทรงบาร์บี้ไลน์ จมูกทรงเกาหลี น่ารักละมุน จมูกทรงสโลป เป็นธรรมชาติ ทำให้หน้าดูเรียวขึ้น หน้าเด็กลง จมูกทรงสันสโลปปลายเชิด ปรับรูปหน้าสวยเฉี่ยว หน้าคมขึ้น จมูกทรงสายฝอ สันคมโด่งพุ่ง เสริมให้ใบหน้าดูคม เซ็กซี่ ดูรีวิวทรงจมูกสวยทั้งหมดจากเคสผู้ใช้บริการจริงได้ ที่นี่ 5. ทรงจมูกหน้าฝรั่ง ทรงจมูกสายฝอ ทรงจมูกหน้าฝรั่ง หรือทรงจมูกสายฝอสามารถเข้าได้กับทุกโครงหน้า ซึ่งจมูกทรงนี้จะมีลักษณะที่โด่งพุ่ง สันคมชัดและช่วยเสริมรูปหน้าให้สวยคมมีมิติขึ้นในแบบสาวฝรั่ง ทั้งนี้การเสริมจมูกทรงนี้ คุณหมอจะพิจารณาที่เนื้อฐานจมูกและสันจมูกเดิมเป็นหลัก เพราะจะต้องยกปลายจมูกให้สูงขึ้นและสันจมูกให้โด่งขึ้น บางเคสอาจทำให้เกิดจมูกบางได้ หากคุณสนใจทำจมูกสายฝอ แนะนำให้เข้ามาปรึกษาทีมแพทย์ที่ Chiang Mai ALIST Clinic ก่อน เพื่อให้ทีมแพทย์ออกแบบทรงจมูกและเลือกเทคนิคพิเศษให้การทำศัลยกรรมจมูก ให้ปลอดภัยต่อคนไข้มากที่สุด เสริมจมูกทรงสวยที่ เชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก ดียังไง Chiang Mai ALIST Clinic เราออกแบบทรงสวยมีเอกลักษณ์ เน้นความเป็นธรรมชาติและปลอดภัยกับผู้ใช้บริการเป็นอันดับแรก ที่ Chiang Mai ALIST Clinic จะใช้เทคนิค Alist Triple Lock โดยคุณหมอต่อ พัชร์พล สุภาวงค์คิดค้นขึ้น พร้อมเลือกซิลิโคน Mantis USA (แมนทิส) เกรดพรีเมี่ยมจากอเมริกา ที่จะช่วยเพิ่มความละมุนของสันและปลายจมูกยกขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติเราเฟ้นหาซิลิโคนดีไซน์ที่เหมาะกับรูปหน้าคนไทยโดยเฉพาะ ออกแบบทรงจมูก เหลาซิลิโคนแบบเคสต่อเคส โดยทีมแพทย์มือเชี่ยวชาญ บวมช้ำน้อย พักฟื้นไม่นาน จมูกเข้าที่ไว ทีมแพทย์ตัดแต่งซิลิโคนเองทุกเคส คัดวัสดุพรีเมี่ยม เน้นห้องผ่าตัดได้มาตรฐานและความปลอดภัยเป็นอันดับแรก รับประกันและติดตามเคสยาวนาน ตลอด 1 ปี มีทีมแพทย์มากประสบการณ์ ผ่านเคสทำศัลยกรรมจมูกมามากว่า 10,000 เคส ติด 1 ใน 10 คลินิคที่ออกแบบจมูกให้ดูดีมีมิติ การันตีความนิยมสูงสุดในภาคเหนือ ทำจมูกด้วยเทคนิคพิเศษ Alist Triple Lock ที่เป็นธรรมชาติ ปลอดภัย เทคนิค Alist Triple Lock เป็นวิธีการเสริมจมูกเฉพาะที่ Chiang Mai ALIST Clinic ที่ป้องกันเคสจมูกบาง ปัญหาซิลิโคนทะลุและจมูกเบี้ยวเอียง ด้วยเทคนิคการล็อคจมูก 3 ชั้น มีล็อคซิลิโคนกับสันจมูก , ล็อคซิลิโคนเชื่อมสันจมูกและปลายจมูก และล็อคซิลิโคนส่วนปลายจมูก เสริมปลายจมูกให้โด่งพุ่งและเป็นธรรมชาติ หากคุณยังไม่รู้ว่าจะเลือกทรงจมูกแบบไหนดี แนะนำว่าให้ลองหาเรฟหรือตัวอย่างภาพจมูกที่ชื่นชอบ แล้วนำไปปรึกษาคุณหมอดูก่อน ทั้งนี้คุณหมอจะพิจารณาทรงจมูกที่คุณเลือกไว้ ควบคู่ไปกับเนื้อบริเวณฐานจมูกเดิม โดยประเมินว่าสามารถทำออกมาได้มาแล้วโด่งได้มากน้อยแค่ไหน และควรปรับทรงจมูกแบบไหนถึงจะเหมาะกับมิติใบหน้า เสริมโครงหน้าทำออกมาแล้วจมูกดูสวยแพง รูปหน้าเด่นขึ้นและเนียนเป็นธรรมชาติมากที่สุด

เลือกดริปวิตามินผิวขาว อย่างไร ให้เห็นผลชัดเจน?

เลือกดริปวิตามินผิวขาว อย่างไร ให้เห็นผลชัดเจน? รวมสิ่งที่ต้องรู้ก่อนฉีดวิตามินผิว ฉีดวิตามินผิวปลอดภัย ที่เชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก นวัตกรรมความงาม ‘ดริปวิตามินผิว’ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยบำรุงผิวและซ่อมแซ่มสุขภาพจากภายใน เป็นวิธีผลักวิตามินจำเป็นที่ร่างกายได้รับไม่เพียงพอเข้าสู่เส้นเลือดโดยตรงด้วยการฉีดผิว ทำให้ร่างกายดูดซึมได้ไวกว่าการทาวิตามินทั่วไปและการทาครีมบำรุงปกติ  ส่งผลผิวพรรณกระจ่างใสขึ้นอย่างรวดเร็ว ฉีดวิตามินผิว Intravenous Vitamin Therapy หรือ IV drip คืออะไร? Intravenous Vitamin Therapy หรือ IV drip (ดริปวิตามินผิว) คือการฉีดวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายทางสายน้ำเกลือ เพื่อช่วยเติมอาหารให้กับผิวและรีเฟรชสุขภาพให้สดชื่นขึ้นจากภายใน สำหรับวิตามินที่นำมาฉีดจะมีส่วนผสมของ แร่ธาตุ วิตามินเข้มข้นรวมถึงสารอาหารที่ร่างกายต้องการ ช่วยเติมเต็มผิวให้กระจ่างใส เนียนนุ่มอย่างเป็นธรรมชาติ ประโยชน์ของการฉีดวิตามินผิว IV drip คืออะไร? โปรแกรม Intravenous Vitamin Therapy หรือ IV drip (ดริปวิตามินผิว) จะเลือกใช้ตัวยาในกลุ่มที่ช่วยฟื้นฟูสุขภาพผิวพรรณ ใช้ฉีดวิตามินผิวขาวเน้นวิตามินที่เสริมภูมิต้านทานให้ร่างกายและวิตามินในกลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยชะลอวัยต้านการอักเสบประโยชน์ของการทำ IV drip หรือ ดริปวิตามินผิว ได้แก่   ฟื้นฟูผิวพรรณให้กระจ่างใส ดูสุขภาพดีเป็นธรรมชาติ ลดการสร้างเม็ดสี ลดฝ้ากระ จุดด่างดำ เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิว ปรับผิวให้เนียนนุ่มยิ่งขึ้น กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับผิว ช่วยชะลอผิวให้อ่อนเยาว์ ลดเลือนจุดด่างดำ รอยสิวและผิวหมองโทรม  ต้านการอักเสบของผิว ลดการเกิดสิวอักเสบ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย กระตุ้นการไหลเวียนเลือด ลดความอ่อนเพลีย ฟื้นฟูร่างกายหลังออกกำลังกายและการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ โปรแกรม Intravenous Vitamin Therapy หรือ IV drip (ดริปวิตามินผิว) จะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับส่วนผสมในวิตามิน IV drip แต่ละสูตรที่คิดค้นขึ้นมาสำหรับสูตรของวิตามิน IV drip ที่เชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิกจะประกอบด้วย Active Ingredients อาหารผิวหลักๆ คือวิตามินซี (Vit C) วิตามินบีรวม (Vit B) และเอซิติน(Acetin) สารต้านอนุมูลอิสระตั้งต้นที่ทำให้ร่างกายสังเคราะห์กลูต้าไธโอนขึ้นมาเองอย่างปลอดภัย ฉีดวิตามินผิว IV drip ดีกว่าการรับประทานวิตามินอย่างไร ? การทำ IV drip จะเป็นการให้วิตามินผ่านไปทางหลอดเลือด ซึ่งทำให้ปริมาณของวิตามินดูดซึมเข้าสู่ร่างกายรวดเร็วในปริมาณที่สูงและไม่มีผลข้างเคียงต่อร่างกาย ส่งผลให้เห็นผลลัพธ์ในด้านผิวพรรณเร็วกว่าการรับประทานวิตามินหรืออาหารเสริม อีกทั้ง การทานอาหารเสริมแบบแคปซูล จะต้องผ่านกระบวนการย่อยของตับหลายครั้ง ทำให้ปริมาณวิตามินที่ดูดซึมเข้าร่างกายน้อยกว่าการฉีดวิตามินเข้าผิวโดยตรง ฉีดวิตามินผิว IV drip มีกี่สูตร แต่ละสูตรเหมาะกับใครอย่างไร ? ดริปวิตามินผิว IV drip ของเชียงใหม่ เอลิสต์คลินิก จะมีทั้งหมด 4 สูตร ซึ่งแต่ละสูตรคิดค้นมาให้ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพหลายด้าน ไม่เฉพาะแต่การบำรุงผิวพรรณอย่างเดียวเท่านั้น  1. IV Drip สูตรอัพผิวขาวกระจ่างใส Vit-C Plus ช่วยฟื้นฟูผิวขาว ผิวโกลว์กระจ่างใส คืนความอ่อนเยาว์ให้ผิว และช่วยเสริมสร้างให้ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายแข็งแรง  2. IV Drip สูตรรีเฟรช ล้างสารพิษ Liver Detox ช่วยฟื้นฟูสุขภาพ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ขับสารพิษออกจากร่างกาย ฟื้นฟูตับให้แข็งแรง ทำให้ร่างกายสดชื่นมากขึ้น 3. IV Drip สูตรกู้ผิวหมองคล้ำ ผิวเสียจากแดด Skin Boost ช่วยฟื้นผิวหมองคล้ำ จุดด่างดำ ผิวไหม้ที่เกิดจากแดด รังสี UV ลดเลือนรอยสิว กระตุ้นการสร้างกลูต้าไธโอน ปรับผิวให้ขาวกระจ่างใส มอบเนียนนุ่มชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน 4. IV Drip สูตรเสริมภูมิคุ้มกัน Health Boost มีวิตามินฉีดผิวที่เข้มข้น เช่น วิตามินซี วิตามินบี1 วิตามินบี6 และวิตามินบี 12 เสริมสร้างสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันภูมิแพ้และไข้หวัด เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ประสาทและสมอง ลดอาการเหนื่อยล้า สูตรนี้ถือว่าตอบโจทย์สำหรับสภาพอากาศในช่วงนี้ที่มีปัญหาเรื่องฝุ่น PM 2.5 และมลพิษทางอากาศ ผู้ที่เหมาะกับการฉีดวิตามินผิว IV drip โปรแกรม Intravenous Vitamin Therapy หรือ IV drip (ดริปวิตามินผิว) เหมาะกับคนที่ต้องการฟื้นฟูผิวเสื่อมสภาพ ผิวโทรมอย่างเร่งด่วน คนที่นอนน้อย ทำงานหนักและต้องการดูแลตัวเองจากภายใน อีกทั้งการฉีดวิตามินผิวจะช่วยรีเฟรชร่างกายให้สดชื่นขึ้นได้  คนที่มีปัญหาผิวเสียหมองคล้ำจากแดด คนที่มีปัญหาสิว ฝ้ากระ จุดด่างดำเรื้อรัง คนที่นอนดีก ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง พักผ่อนน้อย คนที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ป่วยบ่อย คนที่ดื่มเหล้าและสูบบุหรี่เป็นประจำ คนที่ทำงานสัมผัสสารพิษและสัมผัสกับฝุ่นควัน มลพิษเป็นประจำ ผู้ที่ไม่เหมาะกับการฉีดวิตามินผิว การฉีดวิตามินผิวไม่เหมาะกับคนท้อง คนที่มีโรคประจำตัวและคนที่แพ้กลุ่มยาบางประเภท เพราะจะทำให้เกิดผลข้างเคียงหลังฉีดวิตามินเสร็จได้ แนะนำให้หาข้อมูลและข้อควรระวังให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจฉีดผิว หรือปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทุกครั้ง คนที่ไม่ควรฉีดวิตามินผิว ได้แก่ ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับไต  มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับ โรคหัวใจ โรคตับ โรคไตและโรคความดัน  คนที่เคยแพ้วิตามินในรูปแบบการฉีดมาก่อน คนที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคมะเร็ง , โรคเบาหวานและโรคพร่องเอนไซม์ (G6PD Deficiency) คนที่มีภาวะธาตุเหล็กเกิน  หากคุณไม่แน่ใจว่าจะฉีดวิตามินผิวได้หรือไม่ เพื่อความอุ่นใจสามารถปรึกษากับคุณหมอออนไลน์ได้ที่นี่ ต้องฉีดวิตามินผิวกี่ครั้งถึงจะเห็นผล ผลลัพธ์การฉีดวิตามินผิว หรือ  IV drip ตั้งแต่ครั้งแรกจะทำให้คุณสดชื่น ทำให้รู้สึกสมองปลอดโปร่งขึ้น แต่ในแง่ของผลลัพธ์เรื่องผิวสุขภาพดี แนะนำให้ควรฉีด 3 – 5 สัปดาห์ติดต่อกันขึ้นไป โดยฉีดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง จะทำให้เห็นผลเรื่องผิวกระจ่างใส สุขภาพดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง วิธีการดูแลตัวเองหลังจากดริปวิตามิน แนะนำดื่มน้ำ ประมาณ 1-2 ลิตร เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิว และทำให้ผิวมีสุขภาพดีมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยในเรื่องของการหมุนเวียนโลหิตในร่างกาย เพื่อช่วยกระจายตัวยาให้มีประสิทธิภาพการทำงานได้ดียิ่งขึ้น ควรงดดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ 1 – 2 วัน เพื่อป้องกันการผลเสียต่อการฟื้นฟูผิว หรือลดประสิทธิภาพการทำงานของตัวยา เพื่อเป็นการดูแล และรักษาผิว ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดที่ร้อนจัด หรือหากมีเหตตุจำเป็นแนะนำควรทาครีมกันแดดเพื่อป้องกันผิว จะทำให้ผิวนั้นไม่กลับมาหมองคล้ำได้ ทำไมต้องเข้ามาทำ IV drip ฉีดวิตามินผิวที่ เชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก การทำวิตามินฉีดผิวที่เชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก เราจะเน้นเติมวิตามินผิวที่สำคัญเข้าสู่ร่างกายเป็น Intravenous Vitamin Therapy หรือ IV drip วิตามินสูตรเฉพาะที่ช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านผิวหนัง ที่ยินดีให้คำปรึกษาและดูแลเรื่องผิวพรรณและความงามให้คุณผิวสวยมั่นใจอย่างที่ต้องการ  เลือกฉีดวิตามินผิวที่เชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก อีกหนึ่งหัตกรรมที่ปลอดภัย มีมาตรฐานและฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและพยาบาลที่ชำนาญทุกเคส นอกจากนี้ เชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก ยังใช้เครื่องมือการแพทย์และอุปกรณ์ ตัวยาที่ได้มาตรฐานเดียวกับโรงพยาบาล รับประกันความปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียงหลังฉีด  FAQ เกี่ยวกับบริการฉีดวิตามินผิว ฉีดวิตามินผิวราคาเท่าไหร่ ? เลือกฉีดวิตามินผิวที่เชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก เราจะมีให้คุณเลือกราคาทั้งแบบรายครั้งและราคาแพ็คเก็ตสุดคุ้ม ซึ่งราคาเริ่มต้นของการดริปวิตามินผิวจะเริ่มต้นที่ 1,000 บาท สำหรับวิตามิน 100 ml หากคุณสนใจราคาพิเศษสำหรับบริการฉีดวิตามินผิว แนะนำให้ซื้อเป็นแพ็คเก็ตแบบเหมาจ่ายจะดีกว่า ฉีดวิตามินผิวห้ามกินอะไรบ้าง  ? หลังฉีดวิตามินผิวเสร็จ งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ประมาณ 1-2 วัน เพราะจะก่อให้เกิดสารต้านอนุมูลอิสระและจะทำให้ประสิทธิภาพของวิตามินที่ฉีดเข้าไปลดลง ไม่เห็นผลลัพธ์เท่าที่ควร ฉีดวิตามินผิวขาว ขาวขึ้นไหม ? การฉีดวิตามินผิว สามารถทำให้คุณผิวกระจ่างใสขึ้นได้ โดยระดับความขาวจะขึ้นอยู่กับสีผิวของแต่ละบุคคล ผิวจะสดใสขึ้นมากที่สุดใกล้เคียงสีผิวของท้องแขน ความถี่อยู่ประมาณ 1-2 สัปดาห์ (ขึ้นอยู่กับสูตรและปริมาณของวิตามินผิวแต่ละคลินิก) สำหรับสูตรการดริปผิวที่ช่วยให้ผิวขาวขึ้น แนะนำให้เลือกสูตรที่มีส่วนผสมของวิตามินซีควบคู่กับกลูต้าไธโอน หรือเติมสารอาหารที่กระตุ้นการสร้างกลูต้าไธโอน

เชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิกผู้สนับสนุนหลักภาคเอกชน ร่วมสนับสนุนการประกวดนางสาวเชียงใหม่ มิสเตอร์เชียงใหม่ และนางสาวเชียงใหม่ในดวงใจ ประจำปี 2567

เชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิกผู้สนับสนุนหลักภาคเอกชน ร่วมสนับสนุนการประกวดนางสาวเชียงใหม่ มิสเตอร์เชียงใหม่ และนางสาวเชียงใหม่ในดวงใจ ประจำปี 2567 การประกวดนางสาวเชียงใหม่ จุดเริ่มต้นในปี 2477 ในงานรื่นเริงฉลองรัฐธรรมนูญ ผ่านยุคสมัยมากว่า 91 ปี ตำนานความงามที่ทรงคุณค่าของดอกเอื้องเวียงพิงค์ และในปีนี้ การประกวดนางสาวเชียงใหม่ได้เปิดโอกาสรับสมัครสาวงามในเขตภาคเหนือ 17 จังหวัด เข้าชิงมงกุฎนกยูงทองและเงินรางวัล 100,000 บาท เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ ในปีนี้ได้มีการจัดการประกวดรอบแรก วันที่ 5 มกราคม รอบตัดสินวันอาทิตย์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2567 ณ เวทีกลาง ภายในงานฤดูหนาวฯ จัดโดยจังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ บูรณาการ่วมกับองค์กรภาครัฐ และผู้สนับสนุนจากภาคเอกชน โดย คุณอัทธ์ ไชยเหมรัช และผู้บริหารเชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก ผู้ให้การสนับสนุนหลักตัวเเทนภาคเอกชน ได้เข้าร่วมงานแถลงข่าวพิธีเปิดตัวเวทีประกวดนางสาวเชียงใหม่ และมิสเตอร์เชียงใหม่ ประจำปี 2567 อย่างเป็นทางการ ร่วมสนับสนุน กองประกวดนางสาวเชียงใหม่ และมิสเตอร์เชียงใหม่ 2567 โดยมอบ Gift Voucher มูลค่ากว่า 500,000 บาท ชนะเลิศอันดับ 1 มูลค่า 100,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 2 มูลค่า 70,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 3 มูลค่า 50,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 4 มูลค่า 30,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 5 มูลค่า 30,000 บาท เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2566 นางสาวเชียงใหม่ ประจำปี 2567 ได้เข้าร่วมทำกิจกรรมถ่ายภาพ Portrait โดยปีนี้เชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ “ก้าวสู่ความดูดี” เปลี่ยนธีมเสื้อเป็นสีดำ ให้ลุคที่สวยดูดี น่าดึงดูด มีเสนห์ พร้อมมอบโปรแกรมดูแลผิว Drip Health Plus เติมวิตามิน ฟื้นฟูผิวใส คืนความอ่อนเยาว์ ช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื่น ให้กับสาวงามผู้เข้าประกวด พร้อมรับคำแนะนำเรื่องการดูแลผิว จากนายแพทย์พัชร์พล สุภาวงค์ อาจารย์แพทย์ ของเชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก การประกวด Miss Chiang Mai 2024 ณ เวทีกลางงานฤดูหนาว นางสาวเชียงใหม่ และงาน OTOP ของดีเมืองเชียงใหม่ ประจำปี 2567 ในช่วงเเรกของการประกวดจะเป็นการคัดผู้เข้ารอบเหลือเพียง 10 คน จากผู้เข้าประกวด 20 คน รวมทั้งมีการเดินโชว์ที่หลากหลายชุดการเเสดง ชุดว่ายน้ำ ชุดแฟชั่นเซต ชุดราตรีในรอบตอบคำถามเพื่อคัดเลือกผู้ได้รับตำแหน่ง 5 คนสุดท้าย และยังมีรุ่นพี่จากเวทีประกวดนางสาวเชียงใหม่แต่ละปีอย่าง (จอย) วรลักษณ์ ใจจา นางสาวเชียงใหม่ ปี 57, (เทียน) อัจฉวี บัวเขียว นางสาวเชียงใหม่ ปี 59, (โบว์) สุภาภรณ์ ฤทธิพฤกษ์ นางสาวเชียงใหม่ ปี 60, (คิตตี้) วธูสิริ ใจกลาง นางสาวเชียงใหม่ ปี 61, (ปลายฟ้า) นฤมล สิทธิวัง นางสาวเชียงใหม่ ปี 62 มาร่วมเป็นกำลังใจ แรงเชียร์ให้กับน้องๆผู้เข้าประกวด และช่วงสำคัญของงานคือการอำลาตำแหน่งโดย “แสตมป์” นางสาวเกศวริน ศรีปิ่นเป้า นางสาวเชียงใหม่ ประจำปี 2566 ได้กล่าวอำลาตำแหน่งอย่างทางการ และขึ้นมามอบรางวัลแก่ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ภาพจากเฟซบุ๊ก กองประกวด นางสาวเชียงใหม่ ขอแสดงความยินดีกับ “น้องมินน่า” หรือหมอมินน่า พญ.แก้วทิพย์ นรนิธิวรรณ นางสาวเชียงใหม่ ประจำปี 2567 ผู้ครองตำแหน่งนางสาวเชียงใหม่ คนที่ 71  จบการศึกษาคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และขอแสดงความยินดีกับรองทั้ง 4 อันดับ ได้แก่ รองชนะเลิศ อันดับ 1 นางสาวจิณณ์พัชญ์ชา กนกรัตนาธรรม (ฟ้าจิณ) รองชนะเลิศ อันดับ 2 นางสาวศิริญานี ลิ้มทองเจริญ (ฟลุ๊ค) รองชนะเลิศ อันดับ 4 นางสาวกัญญารัตน์ สายสวาท (ฟ้ามิคุ) ในวันที่ 8 มกราคม การประกวด Mister Chiang Mai 2024 ณ เวทีกลางงานฤดูหนาว นางสาวเชียงใหม่ และงาน OTOP ของดีเมืองเชียงใหม่ ประจำปี 2567 เวทีการประกวด มิสเตอร์เชียงใหม่ เป็นเวทีเฟ้นหาสุดยอดสุภาพบุรุษแห่งปี คัดเลือกชายหนุ่มทั่วประเทศ เปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงศักยภาพ แจ้งเกิดในวงการบันเทิงสู่เวทีระดับแกรนด์สแลมของโลก และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ ค่ำคืนสุดท้ายของการประกวดถือเป็นปีที่เสียง สีเสียงจัดเต็ม ยกระดับเวทีประกวดอลังการมาก มีการโชว์ที่หลากหลายชุดการเเสดง ทั้งการตอบคำถามเเสดงไหวพริบ โดยมีรุ่นพี่มิสเตอร์เชียงใหม่ (ปอม) กมลภพ แก้วเดียว รองอันดับ 1 มิสเตอร์เชียงใหม่ ประจำปี 66, (แจ็คกี้) จิรายุ ทักเกอร์ รองอันดับ 4 มิสเตอร์เชียงใหม่ ประจำปี 66 มาร่วมเป็นกำลังใจน้องๆผู้เข้าประกวด และมีการอำลาตำแหน่งโดย “ต้นกล้า” นายพทิตย์ธฎา โพธาเจริญ Mister ChiangMai 2023 ได้กล่าวอำลาตำแหน่งอย่างทางการ และขึ้นมามอบรางวัลแก่ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ขอแสดงความยินดีกับผู้ได้รับตำแหน่ง Mister ChiangMai 2024 “น้องต้นน้ำ” นายอาร์คอส เบค ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 โรงเรียนสันป่าตองวิทยาคม จ.เชียงใหม่ รองชนะเลิศ อันดับ 1 นายชินโชติ คำสุวัตร์ (ต้นหน) รองชนะเลิศ อันดับ 2 นายธาดา ตาวงค์ (หยก) รองชนะเลิศ อันดับ 3 นายธนกร รัตนสิทธิ์ (เฟียส) ในปีนี้เชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก ได้ร่วมสนันสนุน เวทีประกวดนางสาวเชียงใหม่ในดวงใจ ประจำปี 2567 ณ เวทีกลางงานฤดูหนาว นางสาวเชียงใหม่ และงาน OTOP ของดีเมืองเชียงใหม่ ภาพจากเฟซบุ๊ก กองประกวด นางสาวเชียงใหม่ เวทีการประกวดนางสาวเชียงใหม่ในดวงใจ เป็นเวทีที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2560 เพื่อเปิดโอกาสให้คนทุกเพศ ทุกวัย ให้ผู้ประกวดได้แต่งกายเลียนแบบย้อนยุค เป็นนางสาวเชียงใหม่ที่ชื่นชอบ ขึ้นมาโชว์ความสามารถ เรียกได้ว่าจัดเต็มไม่แพ้กับเวทีนางสาวเชียงใหม่ ซึ่งผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศนางสาวเชียงใหม่ในดวงใจ ประจำปี 2567 ได้แก่ ภาพจากเฟซบุ๊ก กองประกวด นางสาวเชียงใหม่ คุณรัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น (รัศมีแข) ดีกรีนักแสดงมากความสามารถ และบุคลิกที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งในการประกวดปีนี้ คุณรัศมีแขก็เลือกสวมบทบาทแต่งตัวเป็น คุณแม่ปูดำ หรือ สรารัตน์ หรุ่มเรืองวงษ์ นางสาวเชียงใหม่ ประจำปี 2529 ไม่เพียงแต่เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่อิงมาจากประวัติศาสตร์การประกวดนางสาวเชียงใหม่ รวมไปถึงจริตการเดิน การพูด การใช้สายตา ท่วงท่า ก็ถอดแบบมาจากนางสาวเชียงใหม่รุ่นพี่ และหลังได้รับตำแหน่งนางสาวเชียงใหม่ในดวงใจคุณรัศมีแข ได้เผยว่า “แขมาประกวดครั้งนี้สิ่งที่แขตั้งใจและอยากทำมากๆเลยคือการสารต่อเจตนารมณ์ขององค์กรเพื่อรักษาความสำคัญ และความหมายของเจตนารมณ์ของเวทีประกวดนางสาวเชียงใหม่ในดวงใจ และนางสาวเชียงใหม่ ซึ่งจริงๆไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า เวทีประกวดนี้เป็นที่รู้จักกันมากในกลุ่ม LGBTQIA+ แขอยากต่อยอดเวทีนี้ในกลุ่มคน ชายหญิง ไม่ใช่เฉพาะแค่ในเชียงใหม่หรือจังหวัดใกล้เคียง แขอยากให้องค์กรเป็นที่รู้จักทั่วทั้งประเทศเพื่อสานต่อความเป็นรากเหง้าของวัฒนธรรมล้านนาที่เราภูมิใจค่ะ เหนือสิ่งอื่นใด แขอยากเป็นนางสาวเชียงใหม่ในดวงใจผิวสีคนแรก เพื่ออยากสานต่อความเป็นล้านนาแขอยากทำให้ประเทศไทย และคนไทยได้รู้ว่านี้คือ โลกยุคใหม่ของความแตกต่างทางชาติพันธุ์ ที่ความเป็นล้านนาได้ไม่จำเป็นจะต้องผิวสีขาวตามแบบพิมพ์นิยมเสมอไป แขเชื่อค่ะ ยังมีอีกหลายคนหรือตัวแขเองที่ไม่เหมือนคนล้านนา แต่ยังภูมิใจเสมอในรากเหง้า ภาษคำเมือง อาหาร วัฒนธรรมล้านนา ที่แขได้มาจากคุณแม่ที่เป็นคนเชียงรายโดยกำเนิดค่ะ ขอบคุณค่ะ” รองชนะเลิศ อันดับ 1 คุณทันตแพทย์ลลิลทิพย์ อนาตาเซีย (ลลิล) ขอแสดงความยินดีกับรองชนะเลิศอันดับ 2 ทั้ง 5 ท่าน ได้แก่ คุณแทมมี่ ผ้าม่านเชียงใหม่ (แทมมี่) คุณเอมธิดา จารุวรรณกร (เอ็ม) คุณแคทนริน วิลสัน (แมว) คุณอภิสรา ปรียาธนะสกุล (แองจี้) และยังมีรางวัลสุดพิเศษ “ขวัญใจเชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก” ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับตำแหน่ง Miss ALIST 2024 & Mister ALIST 2024 ได้แก่ “คุณแมว” แคทนริน วิลสัน รองชนะเลิศ อันดับ 3 นางสาวเชียงใหม่ในดวงใจ ประจำปี 2567 “น้องฟลุ๊ค” นางสาวศิริญานี ลิ้มทองเจริญ รองชนะเลิศ อันดับ 2 นางสาวเชียงใหม่ ประจำปี 2567 “น้องต้นหน” นายชินโชติ  คำสุวัตร์ รองชนะเลิศ อันดับ 1 นางสาวเชียงใหม่ในดวงใจ ประจำปี 2567 สำหรับผู้ที่ได้รับตำแหน่ง Miss ALIST 2024 & Mister ALIST 2024 จะได้เป็น Brand Ambassador ของเชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก รับรางวัล Gift Voucher มูลค่ากว่า 100,000 บาท พร้อมสายสะพายจากเชียงใหม่-เอลิสต์ คลินิก กับโปรแกรมดูแลผิวพรรณ ปรับรูปหน้าและการก้าวสู่ความดูดี ในทุกมิติ *เชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก ยินดีและภาคภูมิใจ ที่ได้ร่วมเป็นตัวเเทนภาคเอกชนในการสนับสุนนงานการประกวดครั้งนี้ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ภาคการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งการสนับสนุนความหลากหลายทางเพศ และชาติพันธุ์ โดยไม่จำกัด อายุ เพศ น้ำหนัก ส่วนสูง ในเวทีนางสาวเชียงใหม่ในดวงใจ ให้ทุกคนได้ขึ้นมาแสดงความสามารถบนเวทีการประกวดอย่างเท่าเทียม เชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก เชื่อเสมอว่าทุกคนมีความดูดีในแบบของตัวเอง และอีกทั้งขอขอบคุณ ดร.อดิศร สุดดี ผู้อำนวยการกองประกวดนางสาวเชียงใหม่ และประธานกรรมการบริหารบริษัทในเครือ เอ็มกรุ๊ปโกลบอล มีเดีย จำกัด (MGM) ที่ได้ให้ เชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก ได้มีส่วนร่วมในงานใหญ่ระดับจังหวัดเชียงใหม่ในครั้งนี้ #ก้าวสู่ความดูดี #ALIST #ALISTCLINIC #MISSCHIANGMAI #MISSCHIANGMAI2024 #MISTERCHIANGMAI #MISTERCHIANGMAI2024 #นางสาวเชียงใหม่ในดวงใจ #นางสาวเชียงใหม่ #91ปีนางสาวเชียงใหม่ #ทีมหัวเมืองเหนือ

Sculptra คอลลาเจน Original Collagen Biostimulator กระตุ้นคอลลาเจน ผลลัพธ์นาน 2 ปี ขั้นสุดของการเติมเต็ม Collagen Type 1 ถึง 66.5% ภายใน 3 เดือน

Sculptra คอลลาเจน Original Collagen Biostimulator กระตุ้นคอลลาเจน ผลลัพธ์นาน 2 ปี ขั้นสุดของการเติมเต็ม Collagen Type 1 ถึง 66.5% ภายใน 3 เดือน Sculptra คอลลาเจน Original Collagen Biostimulator กระตุ้นคอลลาเจน ผลลัพธ์นาน 2 ปี ขั้นสุดของการเติมเต็ม Collagen Type 1 ถึง 66.5% ภายใน 3 เดือน ใครที่ทำมาหลายโปรแกรม แต่ปัญหาผิวหน้ายังไม่ดีขึ้น Sculptra ทางเลือกใหม่ มีวิจัยทั่วโลกรองรับว่าสามารถกระตุ้นคอลลาเจนได้จริง และมีความปลอดภัยสูง โดยได้มาตรฐานจาก USFDA APPROVED มาอย่างยาวนาน แต่ก่อนที่จะไปทำความรู้จักกับ Sculptra มาทำความรู้จักกับคอลลาเจนกันก่อน คอลลาเจนสำคัญต่อผิวอย่างไร ? คอลลาเจน (Collagen) คือ โปรตีนสายยาวที่เป็นโครงสร้างหลักในเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของมนุษย์ เช่น ผิวหนัง เส้นเอ็น และหลอดเลือด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผิวหนัง โดยคิดเป็น 1 ใน 3 ของโปรตีนทั่วร่างกาย มีส่วนประกอบเป็นคอลลาเจนถึง 75% คอลลาเจนจะช่วยทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น แข็งแรง และช่วยเก็บกักความชุ่มชื้น คอลลาเจนมีหลายชนิด โดยสามารถแบ่งออกเป็น 5 ชนิด ดังนี้ Collagen Type I : เป็นคอลลาเจนชนิดที่มีมากที่สุดในร่างกาย เป็นโครงสร้างให้กับผิวหนัง ผนังหลอดเลือด เส้นเอ็น มีความเหนียวและแข็งแรง ช่วยให้เนื้อเยื่อมีความยืดหยุ่นและคงรูปร่างได้ ปกป้องเนื้อเยื่อไม่ให้ฉีกขาด ในผิวหนังจะมีคอลลาเจนชนิดนี้เป็นจำนวนมาก ช่วยให้ผิวยืดหยุ่น เรียบเนียน Collagen Type II : เป็นคอลลาเจนชนิดที่พบมากในกระดูกอ่อน เช่น กระดูกอ่อนใบหู กระดูกซี่โครง หลอดลม มีหน้าที่รองรับน้ำหนักและให้ความแข็งแรงกับข้อต่อต่าง ๆ ขณะที่มีการเคลื่อนไหว ดูดซับแรงกระทบไม่ให้ร่างกายได้รับบาดเจ็บ Collagen Type III : เป็นคอลลาเจนชนิดที่พบได้น้อย ส่วนใหญ่จะทำงานร่วมกับ Collagen Type I พบในผิว กล้ามเนื้อ และผนังหลอดเลือด Collagen Type IV : เป็นคอลลาเจนที่มีความเฉพาะตัว พบใน ชั้นเยื่อรับรองผิว (Basement membrane) ของอวัยวะต่าง ๆ เนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่หุ้มกล้ามเนื้อและไขมัน ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนสารระหว่างชั้นเนื้อเยื่อ ช่วยในการทำงานของระบบประสาทและเส้นเลือด Collagen Type V : เป็นคอลลาเจนชนิดที่อยู่ในเยื่อบุเซลล์ต่าง ๆ เช่น ในกระจกตา ทำงานร่วมกับคอลลาเจนในผิวหนัง ผม เล็บ และพบมากในเนื้อเยื่อของทารกในครรภ์และรก ช่วยให้เซลล์ผิวเรียงกันอย่างเป็นระเบียบและการเจริญของเส้นใยในชั้นผิว คอลลาเจนเป็นโปรตีนสำคัญที่พบในร่างกาย  โดยมีการศึกษาพบว่าร่างกายจะสูญเสียคอลลาเจน 1.5% ต่อปี ตั้งแต่อายุประมาณ 25 ปี คอลลาเจนในร่างการจะค่อยๆลดน้อยลง และจะแสดงออกมาภายนอกในรูปแบบของผิวหนังที่เริ่มมีริ้วรอย หย่อนคล้อย แห้งกร้าน ไม่กระชับ Sculptra คืออะไร ? Sculptra คืออนุภาคของสาร Poly-L-Lactic acid หรือที่เรียก PLLA เป็นสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติตัวแรกของโลก (Original Collagen Biostimulator) ช่วยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ทดแทนคอลลาเจนที่สูญเสียไปเมื่ออายุมากขึ้น ช่วยให้ผิวกระชับ อิ่มฟู ยืดหยุ่น ฟื้นฟูผิวจากโครงสร้างผิวชั้นลึก ทำให้ผิวแข็งแรง คืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวอย่างเป็นธรรมชาติ Sculptra ได้ถูกนำมาใช้ทางการแพทย์ตั้งแต่ปี 1999 โดยมีงานวิจัยรองรับมากกว่า 50 ฉบับ และได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาในประเทศสหรัฐอเมริกา (US FDA) จึงมั่นใจได้ในความปลอดภัย Sculptra ผลิตและพัฒนาโดยบริษัท Galderma Laboratories, L.P. อนุภาค PLLA ของ Sculptra ใช้กระบวนการผลิตที่ได้จดสิทธิบัตรเฉพาะของบริษัท กัลเดอร์มา เท่านั้น ได้เป็นอนุภาค PLLA-SCA ที่สามารถใช้ฉีดเข้าชั้นผิวได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ กระบวนการทำงานของ Sculptra การฉีด Sculptra เข้าผิวชั้น Subcutaneous ในช่วง 2-3 วันแรก ผิวบริเวณที่ฉีดจะดูเต็มอิ่มฟูทันทีจากโมเลกุลน้ำที่ฉีด หลังจากนั้นน้ำจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย เหลือแต่ผลึกของสาร PLLA ช่วงนี้จะเห็นร่องริ้วรอยกลับมาได้เป็นเรื่องปกติ ต่อมา Sculptra จะเข้าสู่กระบวนการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนผ่านระบบภูมิคุ้มกัน โดยส่งสัญญาณให้ Fibroblast เซลล์ที่มีหน้าที่สร้างเส้นใยคอลลาเจนเข้ามารวมตัวกันและเพิ่มจำนวน จึงเกิดการสร้างคอลลาเจนได้มากขึ้น จากงานวิจัยพบว่า Sculptra สามารถสร้างคอลลาเจนเพิ่มได้มากถึง 66.5% ผิวบริเวณที่ฉีดจึงมีความกระชับ อิ่มฟู และโครงสร้างชั้นผิวแข็งแรงยิ่งขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป Sculptra จะค่อยๆ สลายจนหมด เหลือเพียงเส้นใยคอลลาเจนที่ร่างกายสร้างขึ้นแทน สามารถช่วยให้โครงสร้างผิวแข็งแรงได้ระยะยาว คงผลลัพธ์เรื่องการยกกระชับและฟื้นฟูผิวได้ประมาณ 2 ปี Sculptra กับ Filler ต่างกันอย่างไร ? การฉีดฟิลเลอร์ จะเป็นการเติมเต็มสารประเภท Hyaluronic acid หรือที่เรียกว่า ไฮยาลูรอน  ซึ่งมีคุณสมบัติในเรื่องการเก็บกักน้ำ ให้ความชุ่มชื้นกับผิว เหมาะกับคนที่ต้องการเพิ่ม Volume ให้ใบหน้า แก้ไขโครงสร้างใบหน้าที่มีไขมันหรือกระดูกยุบตัว หรือการเติมเต็มเฉพาะจุด หลังทำจะเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันที ฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อและแต่ละรุ่น จะคงตัวอยู่ได้นานแตกต่างกัน โดยมีตั้งแต่ 6 – 24 เดือน ต่างจาก Sculptra ที่เป็นสาร PLLA มีคุณสมบัติกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเองตามกระบวนการตามธรรมชาติ ช่วยให้โครงสร้างผิวแข็งแรงจากภายใน มีความยืดหยุ่น เรียบเนียนแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย จะเริ่มเห็นผลหลังฉีด 3 สัปดาห์ขึ้นไป เห็นผลชัดเจนประมาณเดือนที่ 3 และผลลัพธ์ยาวนานถึง 25 เดือน หรือ 2 ปี Sculptra เหมาะกับใคร ? เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยไม่กระชับ ขาดความยืดหยุ่น เหมาะกับผู้ที่ริ้วรอยที่เห็นได้ชัด ริ้วรอยจากอายุที่มากขึ้น เหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวจากโครงสร้างผิวภายใน ผิวที่ขาดการดูแลเป็นเวลานาน เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิว ต้องการผิวแน่นอิ่มฟู เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์การฉีดที่ยาวนาน ไม่มีเวลาฉีดบ่อย ๆ เพราะ Sculptra คงผลลัพธ์ได้ยาวนานถึง 2 ปี Sculptra ช่วยอะไรได้บ้าง ? ช่วยฟื้นฟูผิวชั้นลึก ปรับโครงสร้างผิวจากภายใน ช่วยให้ผิวแข็งแรง ช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย ช่วยเติมเต็มริ้วรอยร่องลึกให้ดูจางลงอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยลดริ้วรอยเล็ก ๆ ให้ผิวตึงกระชับ เรียบเนียน ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น กระจ่างใส หลังฉีด Sculptra ดูแลตัวอย่างไร ? ควรนวดหน้าวันละ 5 ครั้ง ครั้งละ 5 นาที ติดต่อกัน 5 วัน เพื่อช่วยให้ยากระจายตัวได้ทั่วใบหน้า หลีกเลี่ยงการแต่งหน้า การอบซาวน่า การอบไอน้ำ งดทาครีมบริเวณรอยเข็ม เป็นระยะเวลา 24 ชั่วโมง หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดและแสงยูวีให้มากที่สุด จนกว่าอาการบวมและแดงจะหายเป็นปกติ หากต้องการทำหัตถการอื่น ๆ บนใบหน้า ควรเว้นช่วง 2-4 สัปดาห์ ข้อห้ามในการฉีด Sculptra ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ห้ามใช้ในผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของ Sculptra ได้แก่ Poly-L-lactic acid (PLLA), Carboxymethylcellulose (CMC) , Non-pyrogenic mannitol ผู้ที่มีโรคประจำตัวภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (Autoimmune, SLE) ผู้ที่ใช้ยาในยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ที่มีประวัติเคยแพ้ชนิดรุนแรง (Anaphylaxis) ผู้ที่มีการติดเชื้อที่ผิวหนังหรือเกิดการอักเสบในตำแหน่งที่ทำ ฉีด Sculptra กี่วันเห็นผล ? หลังฉีด Sculptra จะเริ่มเห็นผลที่สัปดาห์ที่ 3 และเห็นผลลัพธ์ชัดเจนใน 3 เดือน คงผลลัพธ์ได้ประมาณ 2 ปี หรือ 25 เดือน ฉีด sculptra ต้องฉีดกี่ครั้ง ? ในผู้ที่มีปัญหาผิวไม่มาก แนะนำฉีดครั้งละ 1 ขวด ต่อเนื่องกัน 3 ครั้ง ระยะเวลาห่างกันครั้งละ 1 เดือน จากนั้นจะคงสภาพผิวได้ประมาณ 2 ปี หากมีปัญหาผิวมาก หรือในผู้ที่อายุ 30 ปีขึ้นไป แนะนำฉีดครั้งละ 2 ขวด ฉีด Sculptra อยู่ได้นานไหม ? การฉีด Sculptra แนะนำให้ฉีดต่อเนื่อง 2-3 ครั้งในช่วงแรกเพื่อปรับสภาพผิว ให้ผิวได้สร้างคอลลาเจนอย่างเต็มที่ จากนั้นจะอยู่ได้นาน 2 ปีแต่ถ้ากรณีฉีดครั้งเดียว โดยไม่ได้ฉีดซ้ำ ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 2-4 เดือน Sculptra เป็นสารที่ใช้กระตุ้นคอลลาเจน ยกกระชับผิว ให้กลับมาเปล่งปลั่งสดใส ฟื้นฟูโครงสร้างภายใน ทำให้เห็นผลลัพธ์ที่ยาวนาน ผลลัพธ์และระยะเวลาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านความงาม และ Sculptra ได้ผ่านการรับรองจาก US FDA และ อย.ไทย มั่นใจได้ว่าคลินิกเราให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก และผลิตภัณฑ์ของแท้จากบริษัทนำเข้าโดยตรงเท่านั้นค่ะ

ยินดีกับคุณหมอต่อ อาจารย์แพทย์ประจำเชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก ได้รับ Certifed Sculptra Exclusive hand-on workshop จาก Galderma Thailand

ยินดีกับคุณหมอต่อ อาจารย์แพทย์ประจำเชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก ได้รับ Certifed Sculptra Exclusive hand-on workshop จาก Galderma Thailand

ยินดีกับคุณหมอต่อ อาจารย์แพทย์ประจำเชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก ได้รับ Certifed Sculptra Exclusive hand-on workshop จาก Galderma Thailand เมื่อวันพุธที่ 9 สิงหาคม 2566 คุณหมอต่อได้รับเกียรติเป็นหนึ่งในแพทย์ไทย ที่ได้เข้าอบรมอัพเดตเทคนิคการฉีด Sculptra โดย Galderma Thailand ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Sculptra หนึ่งเดียวในประเทศไทย และได้รับ Certifed Sculptra Exclusive Hand-on Workshop จาก Galder Thailand เพื่อให้ลูกค้าเชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก ที่สนใจอยากดูแลผิวด้วย Sculptra มั่นใจได้ว่าปลอดภัย และคุณหมอของเราได้รับ Certifcate รับรองจากบริษัทโดยตรง และนำเข้ายาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย Sculptra Original Collagen Biostimulator ตัวแรกหนึ่งเดียวของโลก ที่กระตุ้นชั้นคอลลาเจนใต้ผิวหนัง เหมือนย้อนกลับอายุผิวแบบธรรมชาติด้วยตัวเอง และชั้นผิวจะถูกกระตุ้นคอลลาเจนได้ยาวนานถึง 2 ปี ผ่านการพิสูจน์และเป็นที่ยอมรับระดับโลก มายาวนานกว่า 20 ปี มีมาตรฐานรับรองโดย US FDA และ องค์การอาหารและยา (อย.) ของไทย จุดเด่นของ SCULPTRA จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับผิวอย่างต่อเนื่อง และเป็นธรรมชาติ ใบหน้ายกกระชับขึ้น ลดเลือนริ้วรอย ความยืดหยุ่นของผิวดีขึ้น เต่งตึงขึ้น ผิวเรียบเนียน กระจ่างใสยิ่งขึ้น แก้ปัญหาผิวหยาบกร้าน คืนความสมดุลให้ผิวอิ่มน้ำโดยผลลัพธ์สามารถเห็นได้ชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรก Sculptra โปรแกรมย้อนวัยผิวได้ถูกนำเข้ามาใช้ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้ว ด้วยนวัตกรรมนี้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการ Work Shop Training เท่านั้น ที่จะสามารถทำหัตถการนี้ให้ออกมาดูดี ผลลัพธ์ตอบโจทย์ผิวมากที่สุด และคุณก็สามารถมีผิวโกงอายุได้

ภาพบรรยากาศงานแถลงข่าวการจัดประกวด แม่ญิงขี่รถถีบกางจ้อง ประจำปี 2566 จังหวัดเชียงใหม่ ณ โครงการ​ Think Park Shibuya

ภาพบรรยากาศงานแถลงข่าวการจัดประกวด แม่ญิงขี่รถถีบกางจ้อง ประจำปี 2566 จังหวัดเชียงใหม่ ณ โครงการ​ Think Park Shibuya เชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก ร่วมเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ โดยคุณ อัทธ์ ไชยเหมรัช Managing Director ได้เข้าร่วมการแถลงการจัดประกวดแม่ญิงขี่รถถีบกางจ้อง เพื่ออยากส่งเสริมการท่องเที่ยงเชิงวัฒนธรรม และอนุรักษ์ประเพณีอันดีงาม

คุณหมอต่อ ได้เข้าอบรม Allergan Medical Institute สถาบันการสอนแพทย์ความงามระดับโลก จัดตั้งโดย Allergan Aesthetics

คุณหมอต่อ ได้เข้าอบรม Allergan Medical Institute สถาบันการสอนแพทย์ความงามระดับโลก จัดตั้งโดย Allergan Aesthetics เพราะความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ คือสิ่งที่ทำให้ลูกค้ามั่นใจ วันนี้ คุณหมอต่อ ได้เข้าอบรม Allergan Medical Institute สถาบันการสอนแพทย์ความงามระดับโลก จัดตั้งโดย Allergan Aesthetics เพื่อพัฒนาและยกมาตรฐานแพทย์ความงาม ที่ โรงแรม แชงกรีลา เชียงใหม่ ในการอบรมครั้งนี้เป็นการอบรมที่ให้ความรู้ และเทคนิคใหม่เกี่ยวกับ Botox และ Filler เพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดมั่นใจได้เลยว่า 𝐂𝐇𝐈𝐀𝐍𝐆 𝐌𝐀𝐈 𝐀𝐋𝐈𝐒𝐓 𝐂𝐋𝐈𝐍𝐈𝐂 จะไม่หยุดพัฒนาคุณภาพ และมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุด