เลือกดริปวิตามินผิวขาว อย่างไร ให้เห็นผลชัดเจน?

เลือกดริปวิตามินผิวขาว อย่างไร ให้เห็นผลชัดเจน? รวมสิ่งที่ต้องรู้ก่อนฉีดวิตามินผิว ฉีดวิตามินผิวปลอดภัย ที่เชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก นวัตกรรมความงาม ‘ดริปวิตามินผิว’ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยบำรุงผิวและซ่อมแซ่มสุขภาพจากภายใน เป็นวิธีผลักวิตามินจำเป็นที่ร่างกายได้รับไม่เพียงพอเข้าสู่เส้นเลือดโดยตรงด้วยการฉีดผิว ทำให้ร่างกายดูดซึมได้ไวกว่าการทาวิตามินทั่วไปและการทาครีมบำรุงปกติ  ส่งผลผิวพรรณกระจ่างใสขึ้นอย่างรวดเร็ว ฉีดวิตามินผิว Intravenous Vitamin Therapy หรือ IV drip คืออะไร? Intravenous Vitamin Therapy หรือ IV drip (ดริปวิตามินผิว) คือการฉีดวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายทางสายน้ำเกลือ เพื่อช่วยเติมอาหารให้กับผิวและรีเฟรชสุขภาพให้สดชื่นขึ้นจากภายใน สำหรับวิตามินที่นำมาฉีดจะมีส่วนผสมของ แร่ธาตุ วิตามินเข้มข้นรวมถึงสารอาหารที่ร่างกายต้องการ ช่วยเติมเต็มผิวให้กระจ่างใส เนียนนุ่มอย่างเป็นธรรมชาติ ประโยชน์ของการฉีดวิตามินผิว IV drip คืออะไร? โปรแกรม Intravenous Vitamin Therapy หรือ IV drip (ดริปวิตามินผิว) จะเลือกใช้ตัวยาในกลุ่มที่ช่วยฟื้นฟูสุขภาพผิวพรรณ ใช้ฉีดวิตามินผิวขาวเน้นวิตามินที่เสริมภูมิต้านทานให้ร่างกายและวิตามินในกลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยชะลอวัยต้านการอักเสบประโยชน์ของการทำ IV drip หรือ ดริปวิตามินผิว ได้แก่   ฟื้นฟูผิวพรรณให้กระจ่างใส ดูสุขภาพดีเป็นธรรมชาติ ลดการสร้างเม็ดสี ลดฝ้ากระ จุดด่างดำ เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิว ปรับผิวให้เนียนนุ่มยิ่งขึ้น กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับผิว ช่วยชะลอผิวให้อ่อนเยาว์ ลดเลือนจุดด่างดำ รอยสิวและผิวหมองโทรม  ต้านการอักเสบของผิว ลดการเกิดสิวอักเสบ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย กระตุ้นการไหลเวียนเลือด ลดความอ่อนเพลีย ฟื้นฟูร่างกายหลังออกกำลังกายและการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ   โปรแกรม Intravenous Vitamin Therapy หรือ IV drip (ดริปวิตามินผิว) จะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับส่วนผสมในวิตามิน IV drip แต่ละสูตรที่คิดค้นขึ้นมา สำหรับสูตรของวิตามิน IV drip ที่เชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก จะประกอบด้วย Active Ingredients อาหารผิวหลักๆ คือวิตามินซี (Vit C) วิตามินบีรวม (Vit B) และเอซิติน (Acetin) สารต้านอนุมูลอิสระตั้งต้นที่ทำให้ร่างกายสังเคราะห์กลูต้าไธโอนขึ้นมาเองอย่างปลอดภัย ฉีดวิตามินผิว IV drip ดีกว่าการรับประทานวิตามินอย่างไร ? การทำ IV drip จะเป็นการให้วิตามินผ่านไปทางหลอดเลือด ซึ่งทำให้ปริมาณของวิตามินดูดซึมเข้าสู่ร่างกายรวดเร็วในปริมาณที่สูงและไม่มีผลข้างเคียงต่อร่างกาย ส่งผลให้เห็นผลลัพธ์ในด้านผิวพรรณเร็วกว่าการรับประทานวิตามินหรืออาหารเสริม อีกทั้ง การทานอาหารเสริมแบบแคปซูล จะต้องผ่านกระบวนการย่อยของตับหลายครั้ง ทำให้ปริมาณวิตามินที่ดูดซึมเข้าร่างกายน้อยกว่าการฉีดวิตามินเข้าผิวโดยตรง ฉีดวิตามินผิว IV drip มีกี่สูตร แต่ละสูตรเหมาะกับใครอย่างไร ? ดริปวิตามินผิว IV drip ของเชียงใหม่ เอลิสต์คลินิก จะมีทั้งหมด 4 สูตร ซึ่งแต่ละสูตรคิดค้นมาให้ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพหลายด้าน ไม่เฉพาะแต่การบำรุงผิวพรรณอย่างเดียวเท่านั้น  1. IV Drip สูตรอัพผิวขาวกระจ่างใส Vit-C Plus ช่วยฟื้นฟูผิวขาว ผิวโกลว์กระจ่างใส คืนความอ่อนเยาว์ให้ผิว และช่วยเสริมสร้างให้ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายแข็งแรง  2. IV Drip สูตรรีเฟรช ล้างสารพิษ Liver Detox ช่วยฟื้นฟูสุขภาพ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ขับสารพิษออกจากร่างกาย ฟื้นฟูตับให้แข็งแรง ทำให้ร่างกายสดชื่นมากขึ้น 3. IV Drip สูตรกู้ผิวหมองคล้ำ ผิวเสียจากแดด Skin Boost ช่วยฟื้นผิวหมองคล้ำ จุดด่างดำ ผิวไหม้ที่เกิดจากแดด รังสี UV ลดเลือนรอยสิว กระตุ้นการสร้างกลูต้าไธโอน ปรับผิวให้ขาวกระจ่างใส มอบเนียนนุ่มชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน 4. IV Drip สูตรเสริมภูมิคุ้มกัน Health Boost มีวิตามินฉีดผิวที่เข้มข้น เช่น วิตามินซี วิตามินบี1 วิตามินบี6 และวิตามินบี 12 เสริมสร้างสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันภูมิแพ้และไข้หวัด เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ประสาทและสมอง ลดอาการเหนื่อยล้า สูตรนี้ถือว่าตอบโจทย์สำหรับสภาพอากาศในช่วงนี้ที่มีปัญหาเรื่องฝุ่น PM 2.5 และมลพิษทางอากาศ ผู้ที่เหมาะกับการฉีดวิตามินผิว IV drip โปรแกรม Intravenous Vitamin Therapy หรือ IV drip (ดริปวิตามินผิว) เหมาะกับคนที่ต้องการฟื้นฟูผิวเสื่อมสภาพ ผิวโทรมอย่างเร่งด่วน คนที่นอนน้อย ทำงานหนักและต้องการดูแลตัวเองจากภายใน อีกทั้งการฉีดวิตามินผิวจะช่วยรีเฟรชร่างกายให้สดชื่นขึ้นได้  คนที่มีปัญหาผิวเสียหมองคล้ำจากแดด คนที่มีปัญหาสิว ฝ้ากระ จุดด่างดำเรื้อรัง คนที่นอนดีก ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง พักผ่อนน้อย คนที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ป่วยบ่อย คนที่ดื่มเหล้าและสูบบุหรี่เป็นประจำ คนที่ทำงานสัมผัสสารพิษและสัมผัสกับฝุ่นควัน มลพิษเป็นประจำ ผู้ที่ไม่เหมาะกับการฉีดวิตามินผิว การฉีดวิตามินผิวไม่เหมาะกับคนท้อง คนที่มีโรคประจำตัวและคนที่แพ้กลุ่มยาบางประเภท เพราะจะทำให้เกิดผลข้างเคียงหลังฉีดวิตามินเสร็จได้ แนะนำให้หาข้อมูลและข้อควรระวังให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจฉีดผิว หรือปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทุกครั้ง คนที่ไม่ควรฉีดวิตามินผิว ได้แก่ ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับไต  มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับ โรคหัวใจ โรคตับ โรคไตและโรคความดัน  คนที่เคยแพ้วิตามินในรูปแบบการฉีดมาก่อน คนที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคมะเร็ง , โรคเบาหวานและโรคพร่องเอนไซม์ (G6PD Deficiency) คนที่มีภาวะธาตุเหล็กเกิน  หากคุณไม่แน่ใจว่าจะฉีดวิตามินผิวได้หรือไม่ เพื่อความอุ่นใจสามารถปรึกษากับคุณหมอออนไลน์ได้ที่นี่ ต้องฉีดวิตามินผิวกี่ครั้งถึงจะเห็นผล ผลลัพธ์การฉีดวิตามินผิว หรือ  IV drip ตั้งแต่ครั้งแรกจะทำให้คุณสดชื่น ทำให้รู้สึกสมองปลอดโปร่งขึ้น แต่ในแง่ของผลลัพธ์เรื่องผิวสุขภาพดี แนะนำให้ควรฉีด 3 – 5 สัปดาห์ติดต่อกันขึ้นไป โดยฉีดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง จะทำให้เห็นผลเรื่องผิวกระจ่างใส สุขภาพดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง วิธีการดูแลตัวเองหลังจากดริปวิตามิน หลังจากฉีดวิตามินผิวเสร็จ แนะนำให้คุณดื่มน้ำเปล่าให้เยอะ เพื่อให้ร่างกายดูดซึมวิตามินได้ดีกว่าเดิม สำหรับวิธีดูแลตัวเองหลังจากดริปวิตามิน มีข้อปฎิบัติตามนี้ งดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่ ทาครีมกันแดด SPF 50 ขึ้นไป เพราะผิวจะไวต่อรังสี UV  หากมีรอยแดง ช้ำบริเวณที่ฉีดให้ประคบเย็น หากมีอาการบวมแดง อักเสบบริเวณที่ฉีด ควรรีบพบแพทย์ ทำไมต้องเข้ามาทำ IV drip ฉีดวิตามินผิวที่ เชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก การทำวิตามินฉีดผิวที่เชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก เราจะเน้นเติมวิตามินผิวที่สำคัญเข้าสู่ร่างกายเป็น Intravenous Vitamin Therapy หรือ IV drip วิตามินสูตรเฉพาะที่ช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านผิวหนัง ที่ยินดีให้คำปรึกษาและดูแลเรื่องผิวพรรณและความงามให้คุณผิวสวยมั่นใจอย่างที่ต้องการ  เลือกฉีดวิตามินผิวที่เชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก อีกหนึ่งหัตกรรมที่ปลอดภัย มีมาตรฐานและฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและพยาบาลที่ชำนาญทุกเคส นอกจากนี้ เชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก ยังใช้เครื่องมือการแพทย์และอุปกรณ์ ตัวยาที่ได้มาตรฐานเดียวกับโรงพยาบาล รับประกันความปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียงหลังฉีด  FAQ เกี่ยวกับบริการฉีดวิตามินผิว ฉีดวิตามินผิวราคาเท่าไหร่ ? เลือกฉีดวิตามินผิวที่เชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก เราจะมีให้คุณเลือกราคาทั้งแบบรายครั้งและราคาแพ็คเก็ตสุดคุ้ม ซึ่งราคาเริ่มต้นของการดริปวิตามินผิวจะเริ่มต้นที่ 1,000 บาท สำหรับวิตามิน 100 ml หากคุณสนใจราคาพิเศษสำหรับบริการฉีดวิตามินผิว แนะนำให้ซื้อเป็นแพ็คเก็ตแบบเหมาจ่ายจะดีกว่า ฉีดวิตามินผิวห้ามกินอะไรบ้าง  ? หลังฉีดวิตามินผิวเสร็จ งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ประมาณ 1-2 วัน เพราะจะก่อให้เกิดสารต้านอนุมูลอิสระและจะทำให้ประสิทธิภาพของวิตามินที่ฉีดเข้าไปลดลง ไม่เห็นผลลัพธ์เท่าที่ควร ฉีดวิตามินผิวขาว ขาวขึ้นไหม ? การฉีดวิตามินผิว สามารถทำให้คุณผิวกระจ่างใสขึ้นได้ โดยระดับความขาวจะขึ้นอยู่กับสีผิวของแต่ละบุคคล ผิวจะสดใสขึ้นมากที่สุดใกล้เคียงสีผิวของท้องแขน ความถี่อยู่ประมาณ 1-2 สัปดาห์ (ขึ้นอยู่กับสูตรและปริมาณของวิตามินผิวแต่ละคลินิก) สำหรับสูตรการดริปผิวที่ช่วยให้ผิวขาวขึ้น แนะนำให้เลือกสูตรที่มีส่วนผสมของวิตามินซีควบคู่กับกลูต้าไธโอน หรือเติมสารอาหารที่กระตุ้นการสร้างกลูต้าไธโอน

เชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิกผู้สนับสนุนหลักภาคเอกชน ร่วมสนับสนุนการประกวดนางสาวเชียงใหม่ มิสเตอร์เชียงใหม่ และนางสาวเชียงใหม่ในดวงใจ ประจำปี 2567

เชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิกผู้สนับสนุนหลักภาคเอกชน ร่วมสนับสนุนการประกวดนางสาวเชียงใหม่ มิสเตอร์เชียงใหม่ และนางสาวเชียงใหม่ในดวงใจ ประจำปี 2567 การประกวดนางสาวเชียงใหม่ จุดเริ่มต้นในปี 2477 ในงานรื่นเริงฉลองรัฐธรรมนูญ ผ่านยุคสมัยมากว่า 91 ปี ตำนานความงามที่ทรงคุณค่าของดอกเอื้องเวียงพิงค์ และในปีนี้ การประกวดนางสาวเชียงใหม่ได้เปิดโอกาสรับสมัครสาวงามในเขตภาคเหนือ 17 จังหวัด เข้าชิงมงกุฎนกยูงทองและเงินรางวัล 100,000 บาท เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ ในปีนี้ได้มีการจัดการประกวดรอบแรก วันที่ 5 มกราคม รอบตัดสินวันอาทิตย์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2567 ณ เวทีกลาง ภายในงานฤดูหนาวฯ จัดโดยจังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ บูรณาการ่วมกับองค์กรภาครัฐ และผู้สนับสนุนจากภาคเอกชน โดย คุณอัทธ์ ไชยเหมรัช และผู้บริหารเชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก ผู้ให้การสนับสนุนหลักตัวเเทนภาคเอกชน ได้เข้าร่วมงานแถลงข่าวพิธีเปิดตัวเวทีประกวดนางสาวเชียงใหม่ และมิสเตอร์เชียงใหม่ ประจำปี 2567 อย่างเป็นทางการ ร่วมสนับสนุน กองประกวดนางสาวเชียงใหม่ และมิสเตอร์เชียงใหม่ 2567 โดยมอบ Gift Voucher มูลค่ากว่า 500,000 บาท ชนะเลิศอันดับ 1 มูลค่า 100,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 2 มูลค่า 70,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 3 มูลค่า 50,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 4 มูลค่า 30,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 5 มูลค่า 30,000 บาท เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2566 นางสาวเชียงใหม่ ประจำปี 2567 ได้เข้าร่วมทำกิจกรรมถ่ายภาพ Portrait โดยปีนี้เชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ “ก้าวสู่ความดูดี” เปลี่ยนธีมเสื้อเป็นสีดำ ให้ลุคที่สวยดูดี น่าดึงดูด มีเสนห์ พร้อมมอบโปรแกรมดูแลผิว Drip Health Plus เติมวิตามิน ฟื้นฟูผิวใส คืนความอ่อนเยาว์ ช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื่น ให้กับสาวงามผู้เข้าประกวด พร้อมรับคำแนะนำเรื่องการดูแลผิว จากนายแพทย์พัชร์พล สุภาวงค์ อาจารย์แพทย์ ของเชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก การประกวด Miss Chiang Mai 2024 ณ เวทีกลางงานฤดูหนาว นางสาวเชียงใหม่ และงาน OTOP ของดีเมืองเชียงใหม่ ประจำปี 2567 ในช่วงเเรกของการประกวดจะเป็นการคัดผู้เข้ารอบเหลือเพียง 10 คน จากผู้เข้าประกวด 20 คน รวมทั้งมีการเดินโชว์ที่หลากหลายชุดการเเสดง ชุดว่ายน้ำ ชุดแฟชั่นเซต ชุดราตรีในรอบตอบคำถามเพื่อคัดเลือกผู้ได้รับตำแหน่ง 5 คนสุดท้าย และยังมีรุ่นพี่จากเวทีประกวดนางสาวเชียงใหม่แต่ละปีอย่าง (จอย) วรลักษณ์ ใจจา นางสาวเชียงใหม่ ปี 57, (เทียน) อัจฉวี บัวเขียว นางสาวเชียงใหม่ ปี 59, (โบว์) สุภาภรณ์ ฤทธิพฤกษ์ นางสาวเชียงใหม่ ปี 60, (คิตตี้) วธูสิริ ใจกลาง นางสาวเชียงใหม่ ปี 61, (ปลายฟ้า) นฤมล สิทธิวัง นางสาวเชียงใหม่ ปี 62 มาร่วมเป็นกำลังใจ แรงเชียร์ให้กับน้องๆผู้เข้าประกวด และช่วงสำคัญของงานคือการอำลาตำแหน่งโดย “แสตมป์” นางสาวเกศวริน ศรีปิ่นเป้า นางสาวเชียงใหม่ ประจำปี 2566 ได้กล่าวอำลาตำแหน่งอย่างทางการ และขึ้นมามอบรางวัลแก่ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ภาพจากเฟซบุ๊ก กองประกวด นางสาวเชียงใหม่ ขอแสดงความยินดีกับ “น้องมินน่า” หรือหมอมินน่า พญ.แก้วทิพย์ นรนิธิวรรณ นางสาวเชียงใหม่ ประจำปี 2567 ผู้ครองตำแหน่งนางสาวเชียงใหม่ คนที่ 71  จบการศึกษาคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และขอแสดงความยินดีกับรองทั้ง 4 อันดับ ได้แก่ รองชนะเลิศ อันดับ 1 นางสาวจิณณ์พัชญ์ชา กนกรัตนาธรรม (ฟ้าจิณ) รองชนะเลิศ อันดับ 2 นางสาวศิริญานี ลิ้มทองเจริญ (ฟลุ๊ค) รองชนะเลิศ อันดับ 4 นางสาวกัญญารัตน์ สายสวาท (ฟ้ามิคุ) ในวันที่ 8 มกราคม การประกวด Mister Chiang Mai 2024 ณ เวทีกลางงานฤดูหนาว นางสาวเชียงใหม่ และงาน OTOP ของดีเมืองเชียงใหม่ ประจำปี 2567 เวทีการประกวด มิสเตอร์เชียงใหม่ เป็นเวทีเฟ้นหาสุดยอดสุภาพบุรุษแห่งปี คัดเลือกชายหนุ่มทั่วประเทศ เปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงศักยภาพ แจ้งเกิดในวงการบันเทิงสู่เวทีระดับแกรนด์สแลมของโลก และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ ค่ำคืนสุดท้ายของการประกวดถือเป็นปีที่เสียง สีเสียงจัดเต็ม ยกระดับเวทีประกวดอลังการมาก มีการโชว์ที่หลากหลายชุดการเเสดง ทั้งการตอบคำถามเเสดงไหวพริบ โดยมีรุ่นพี่มิสเตอร์เชียงใหม่ (ปอม) กมลภพ แก้วเดียว รองอันดับ 1 มิสเตอร์เชียงใหม่ ประจำปี 66, (แจ็คกี้) จิรายุ ทักเกอร์ รองอันดับ 4 มิสเตอร์เชียงใหม่ ประจำปี 66 มาร่วมเป็นกำลังใจน้องๆผู้เข้าประกวด และมีการอำลาตำแหน่งโดย “ต้นกล้า” นายพทิตย์ธฎา โพธาเจริญ Mister ChiangMai 2023 ได้กล่าวอำลาตำแหน่งอย่างทางการ และขึ้นมามอบรางวัลแก่ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ขอแสดงความยินดีกับผู้ได้รับตำแหน่ง Mister ChiangMai 2024 “น้องต้นน้ำ” นายอาร์คอส เบค ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 โรงเรียนสันป่าตองวิทยาคม จ.เชียงใหม่ รองชนะเลิศ อันดับ 1 นายชินโชติ คำสุวัตร์ (ต้นหน) รองชนะเลิศ อันดับ 2 นายธาดา ตาวงค์ (หยก) รองชนะเลิศ อันดับ 3 นายธนกร รัตนสิทธิ์ (เฟียส) ในปีนี้เชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก ได้ร่วมสนันสนุน เวทีประกวดนางสาวเชียงใหม่ในดวงใจ ประจำปี 2567 ณ เวทีกลางงานฤดูหนาว นางสาวเชียงใหม่ และงาน OTOP ของดีเมืองเชียงใหม่ ภาพจากเฟซบุ๊ก กองประกวด นางสาวเชียงใหม่ เวทีการประกวดนางสาวเชียงใหม่ในดวงใจ เป็นเวทีที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2560 เพื่อเปิดโอกาสให้คนทุกเพศ ทุกวัย ให้ผู้ประกวดได้แต่งกายเลียนแบบย้อนยุค เป็นนางสาวเชียงใหม่ที่ชื่นชอบ ขึ้นมาโชว์ความสามารถ เรียกได้ว่าจัดเต็มไม่แพ้กับเวทีนางสาวเชียงใหม่ ซึ่งผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศนางสาวเชียงใหม่ในดวงใจ ประจำปี 2567 ได้แก่ ภาพจากเฟซบุ๊ก กองประกวด นางสาวเชียงใหม่ คุณรัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น (รัศมีแข) ดีกรีนักแสดงมากความสามารถ และบุคลิกที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งในการประกวดปีนี้ คุณรัศมีแขก็เลือกสวมบทบาทแต่งตัวเป็น คุณแม่ปูดำ หรือ สรารัตน์ หรุ่มเรืองวงษ์ นางสาวเชียงใหม่ ประจำปี 2529 ไม่เพียงแต่เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่อิงมาจากประวัติศาสตร์การประกวดนางสาวเชียงใหม่ รวมไปถึงจริตการเดิน การพูด การใช้สายตา ท่วงท่า ก็ถอดแบบมาจากนางสาวเชียงใหม่รุ่นพี่ และหลังได้รับตำแหน่งนางสาวเชียงใหม่ในดวงใจคุณรัศมีแข ได้เผยว่า “แขมาประกวดครั้งนี้สิ่งที่แขตั้งใจและอยากทำมากๆเลยคือการสารต่อเจตนารมณ์ขององค์กรเพื่อรักษาความสำคัญ และความหมายของเจตนารมณ์ของเวทีประกวดนางสาวเชียงใหม่ในดวงใจ และนางสาวเชียงใหม่ ซึ่งจริงๆไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า เวทีประกวดนี้เป็นที่รู้จักกันมากในกลุ่ม LGBTQIA+ แขอยากต่อยอดเวทีนี้ในกลุ่มคน ชายหญิง ไม่ใช่เฉพาะแค่ในเชียงใหม่หรือจังหวัดใกล้เคียง แขอยากให้องค์กรเป็นที่รู้จักทั่วทั้งประเทศเพื่อสานต่อความเป็นรากเหง้าของวัฒนธรรมล้านนาที่เราภูมิใจค่ะ เหนือสิ่งอื่นใด แขอยากเป็นนางสาวเชียงใหม่ในดวงใจผิวสีคนแรก เพื่ออยากสานต่อความเป็นล้านนาแขอยากทำให้ประเทศไทย และคนไทยได้รู้ว่านี้คือ โลกยุคใหม่ของความแตกต่างทางชาติพันธุ์ ที่ความเป็นล้านนาได้ไม่จำเป็นจะต้องผิวสีขาวตามแบบพิมพ์นิยมเสมอไป แขเชื่อค่ะ ยังมีอีกหลายคนหรือตัวแขเองที่ไม่เหมือนคนล้านนา แต่ยังภูมิใจเสมอในรากเหง้า ภาษคำเมือง อาหาร วัฒนธรรมล้านนา ที่แขได้มาจากคุณแม่ที่เป็นคนเชียงรายโดยกำเนิดค่ะ ขอบคุณค่ะ” รองชนะเลิศ อันดับ 1 คุณทันตแพทย์ลลิลทิพย์ อนาตาเซีย (ลลิล) ขอแสดงความยินดีกับรองชนะเลิศอันดับ 2 ทั้ง 5 ท่าน ได้แก่ คุณแทมมี่ ผ้าม่านเชียงใหม่ (แทมมี่) คุณเอมธิดา จารุวรรณกร (เอ็ม) คุณแคทนริน วิลสัน (แมว) คุณอภิสรา ปรียาธนะสกุล (แองจี้) และยังมีรางวัลสุดพิเศษ “ขวัญใจเชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก” ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับตำแหน่ง Miss ALIST 2024 & Mister ALIST 2024 ได้แก่ “คุณแมว” แคทนริน วิลสัน รองชนะเลิศ อันดับ 3 นางสาวเชียงใหม่ในดวงใจ ประจำปี 2567 “น้องฟลุ๊ค” นางสาวศิริญานี ลิ้มทองเจริญ รองชนะเลิศ อันดับ 2 นางสาวเชียงใหม่ ประจำปี 2567 “น้องต้นหน” นายชินโชติ  คำสุวัตร์ รองชนะเลิศ อันดับ 1 นางสาวเชียงใหม่ในดวงใจ ประจำปี 2567 สำหรับผู้ที่ได้รับตำแหน่ง Miss ALIST 2024 & Mister ALIST 2024 จะได้เป็น Brand Ambassador ของเชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก รับรางวัล Gift Voucher มูลค่ากว่า 100,000 บาท พร้อมสายสะพายจากเชียงใหม่-เอลิสต์ คลินิก กับโปรแกรมดูแลผิวพรรณ ปรับรูปหน้าและการก้าวสู่ความดูดี ในทุกมิติ *เชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก ยินดีและภาคภูมิใจ ที่ได้ร่วมเป็นตัวเเทนภาคเอกชนในการสนับสุนนงานการประกวดครั้งนี้ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ภาคการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งการสนับสนุนความหลากหลายทางเพศ และชาติพันธุ์ โดยไม่จำกัด อายุ เพศ น้ำหนัก ส่วนสูง ในเวทีนางสาวเชียงใหม่ในดวงใจ ให้ทุกคนได้ขึ้นมาแสดงความสามารถบนเวทีการประกวดอย่างเท่าเทียม เชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก เชื่อเสมอว่าทุกคนมีความดูดีในแบบของตัวเอง และอีกทั้งขอขอบคุณ ดร.อดิศร สุดดี ผู้อำนวยการกองประกวดนางสาวเชียงใหม่ และประธานกรรมการบริหารบริษัทในเครือ เอ็มกรุ๊ปโกลบอล มีเดีย จำกัด (MGM) ที่ได้ให้ เชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก ได้มีส่วนร่วมในงานใหญ่ระดับจังหวัดเชียงใหม่ในครั้งนี้ #ก้าวสู่ความดูดี #ALIST #ALISTCLINIC #MISSCHIANGMAI #MISSCHIANGMAI2024 #MISTERCHIANGMAI #MISTERCHIANGMAI2024 #นางสาวเชียงใหม่ในดวงใจ #นางสาวเชียงใหม่ #91ปีนางสาวเชียงใหม่ #ทีมหัวเมืองเหนือ

Sculptra คอลลาเจน Original Collagen Biostimulator กระตุ้นคอลลาเจน ผลลัพธ์นาน 2 ปี ขั้นสุดของการเติมเต็ม Collagen Type 1 ถึง 66.5% ภายใน 3 เดือน

Sculptra คอลลาเจน Original Collagen Biostimulator กระตุ้นคอลลาเจน ผลลัพธ์นาน 2 ปี ขั้นสุดของการเติมเต็ม Collagen Type 1 ถึง 66.5% ภายใน 3 เดือน Sculptra คอลลาเจน Original Collagen Biostimulator กระตุ้นคอลลาเจน ผลลัพธ์นาน 2 ปี ขั้นสุดของการเติมเต็ม Collagen Type 1 ถึง 66.5% ภายใน 3 เดือน ใครที่ทำมาหลายโปรแกรม แต่ปัญหาผิวหน้ายังไม่ดีขึ้น Sculptra ทางเลือกใหม่ มีวิจัยทั่วโลกรองรับว่าสามารถกระตุ้นคอลลาเจนได้จริง และมีความปลอดภัยสูง โดยได้มาตรฐานจาก USFDA APPROVED มาอย่างยาวนาน แต่ก่อนที่จะไปทำความรู้จักกับ Sculptra มาทำความรู้จักกับคอลลาเจนกันก่อน คอลลาเจนสำคัญต่อผิวอย่างไร ? คอลลาเจน (Collagen) คือ โปรตีนสายยาวที่เป็นโครงสร้างหลักในเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของมนุษย์ เช่น ผิวหนัง เส้นเอ็น และหลอดเลือด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผิวหนัง โดยคิดเป็น 1 ใน 3 ของโปรตีนทั่วร่างกาย มีส่วนประกอบเป็นคอลลาเจนถึง 75% คอลลาเจนจะช่วยทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น แข็งแรง และช่วยเก็บกักความชุ่มชื้น คอลลาเจนมีหลายชนิด โดยสามารถแบ่งออกเป็น 5 ชนิด ดังนี้ Collagen Type I : เป็นคอลลาเจนชนิดที่มีมากที่สุดในร่างกาย เป็นโครงสร้างให้กับผิวหนัง ผนังหลอดเลือด เส้นเอ็น มีความเหนียวและแข็งแรง ช่วยให้เนื้อเยื่อมีความยืดหยุ่นและคงรูปร่างได้ ปกป้องเนื้อเยื่อไม่ให้ฉีกขาด ในผิวหนังจะมีคอลลาเจนชนิดนี้เป็นจำนวนมาก ช่วยให้ผิวยืดหยุ่น เรียบเนียน Collagen Type II : เป็นคอลลาเจนชนิดที่พบมากในกระดูกอ่อน เช่น กระดูกอ่อนใบหู กระดูกซี่โครง หลอดลม มีหน้าที่รองรับน้ำหนักและให้ความแข็งแรงกับข้อต่อต่าง ๆ ขณะที่มีการเคลื่อนไหว ดูดซับแรงกระทบไม่ให้ร่างกายได้รับบาดเจ็บ Collagen Type III : เป็นคอลลาเจนชนิดที่พบได้น้อย ส่วนใหญ่จะทำงานร่วมกับ Collagen Type I พบในผิว กล้ามเนื้อ และผนังหลอดเลือด Collagen Type IV : เป็นคอลลาเจนที่มีความเฉพาะตัว พบใน ชั้นเยื่อรับรองผิว (Basement membrane) ของอวัยวะต่าง ๆ เนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่หุ้มกล้ามเนื้อและไขมัน ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนสารระหว่างชั้นเนื้อเยื่อ ช่วยในการทำงานของระบบประสาทและเส้นเลือด Collagen Type V : เป็นคอลลาเจนชนิดที่อยู่ในเยื่อบุเซลล์ต่าง ๆ เช่น ในกระจกตา ทำงานร่วมกับคอลลาเจนในผิวหนัง ผม เล็บ และพบมากในเนื้อเยื่อของทารกในครรภ์และรก ช่วยให้เซลล์ผิวเรียงกันอย่างเป็นระเบียบและการเจริญของเส้นใยในชั้นผิว คอลลาเจนเป็นโปรตีนสำคัญที่พบในร่างกาย  โดยมีการศึกษาพบว่าร่างกายจะสูญเสียคอลลาเจน 1.5% ต่อปี ตั้งแต่อายุประมาณ 25 ปี คอลลาเจนในร่างการจะค่อยๆลดน้อยลง และจะแสดงออกมาภายนอกในรูปแบบของผิวหนังที่เริ่มมีริ้วรอย หย่อนคล้อย แห้งกร้าน ไม่กระชับ Sculptra คืออะไร ? Sculptra คืออนุภาคของสาร Poly-L-Lactic acid หรือที่เรียก PLLA เป็นสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติตัวแรกของโลก (Original Collagen Biostimulator) ช่วยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ทดแทนคอลลาเจนที่สูญเสียไปเมื่ออายุมากขึ้น ช่วยให้ผิวกระชับ อิ่มฟู ยืดหยุ่น ฟื้นฟูผิวจากโครงสร้างผิวชั้นลึก ทำให้ผิวแข็งแรง คืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวอย่างเป็นธรรมชาติ Sculptra ได้ถูกนำมาใช้ทางการแพทย์ตั้งแต่ปี 1999 โดยมีงานวิจัยรองรับมากกว่า 50 ฉบับ และได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาในประเทศสหรัฐอเมริกา (US FDA) จึงมั่นใจได้ในความปลอดภัย Sculptra ผลิตและพัฒนาโดยบริษัท Galderma Laboratories, L.P. อนุภาค PLLA ของ Sculptra ใช้กระบวนการผลิตที่ได้จดสิทธิบัตรเฉพาะของบริษัท กัลเดอร์มา เท่านั้น ได้เป็นอนุภาค PLLA-SCA ที่สามารถใช้ฉีดเข้าชั้นผิวได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ กระบวนการทำงานของ Sculptra การฉีด Sculptra เข้าผิวชั้น Subcutaneous ในช่วง 2-3 วันแรก ผิวบริเวณที่ฉีดจะดูเต็มอิ่มฟูทันทีจากโมเลกุลน้ำที่ฉีด หลังจากนั้นน้ำจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย เหลือแต่ผลึกของสาร PLLA ช่วงนี้จะเห็นร่องริ้วรอยกลับมาได้เป็นเรื่องปกติ ต่อมา Sculptra จะเข้าสู่กระบวนการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนผ่านระบบภูมิคุ้มกัน โดยส่งสัญญาณให้ Fibroblast เซลล์ที่มีหน้าที่สร้างเส้นใยคอลลาเจนเข้ามารวมตัวกันและเพิ่มจำนวน จึงเกิดการสร้างคอลลาเจนได้มากขึ้น จากงานวิจัยพบว่า Sculptra สามารถสร้างคอลลาเจนเพิ่มได้มากถึง 66.5% ผิวบริเวณที่ฉีดจึงมีความกระชับ อิ่มฟู และโครงสร้างชั้นผิวแข็งแรงยิ่งขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป Sculptra จะค่อยๆ สลายจนหมด เหลือเพียงเส้นใยคอลลาเจนที่ร่างกายสร้างขึ้นแทน สามารถช่วยให้โครงสร้างผิวแข็งแรงได้ระยะยาว คงผลลัพธ์เรื่องการยกกระชับและฟื้นฟูผิวได้ประมาณ 2 ปี Sculptra กับ Filler ต่างกันอย่างไร ? การฉีดฟิลเลอร์ จะเป็นการเติมเต็มสารประเภท Hyaluronic acid หรือที่เรียกว่า ไฮยาลูรอน  ซึ่งมีคุณสมบัติในเรื่องการเก็บกักน้ำ ให้ความชุ่มชื้นกับผิว เหมาะกับคนที่ต้องการเพิ่ม Volume ให้ใบหน้า แก้ไขโครงสร้างใบหน้าที่มีไขมันหรือกระดูกยุบตัว หรือการเติมเต็มเฉพาะจุด หลังทำจะเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันที ฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อและแต่ละรุ่น จะคงตัวอยู่ได้นานแตกต่างกัน โดยมีตั้งแต่ 6 – 24 เดือน ต่างจาก Sculptra ที่เป็นสาร PLLA มีคุณสมบัติกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเองตามกระบวนการตามธรรมชาติ ช่วยให้โครงสร้างผิวแข็งแรงจากภายใน มีความยืดหยุ่น เรียบเนียนแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย จะเริ่มเห็นผลหลังฉีด 3 สัปดาห์ขึ้นไป เห็นผลชัดเจนประมาณเดือนที่ 3 และผลลัพธ์ยาวนานถึง 25 เดือน หรือ 2 ปี Sculptra เหมาะกับใคร ? เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยไม่กระชับ ขาดความยืดหยุ่น เหมาะกับผู้ที่ริ้วรอยที่เห็นได้ชัด ริ้วรอยจากอายุที่มากขึ้น เหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวจากโครงสร้างผิวภายใน ผิวที่ขาดการดูแลเป็นเวลานาน เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิว ต้องการผิวแน่นอิ่มฟู เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์การฉีดที่ยาวนาน ไม่มีเวลาฉีดบ่อย ๆ เพราะ Sculptra คงผลลัพธ์ได้ยาวนานถึง 2 ปี Sculptra ช่วยอะไรได้บ้าง ? ช่วยฟื้นฟูผิวชั้นลึก ปรับโครงสร้างผิวจากภายใน ช่วยให้ผิวแข็งแรง ช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย ช่วยเติมเต็มริ้วรอยร่องลึกให้ดูจางลงอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยลดริ้วรอยเล็ก ๆ ให้ผิวตึงกระชับ เรียบเนียน ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น กระจ่างใส หลังฉีด Sculptra ดูแลตัวอย่างไร ? ควรนวดหน้าวันละ 5 ครั้ง ครั้งละ 5 นาที ติดต่อกัน 5 วัน เพื่อช่วยให้ยากระจายตัวได้ทั่วใบหน้า หลีกเลี่ยงการแต่งหน้า การอบซาวน่า การอบไอน้ำ งดทาครีมบริเวณรอยเข็ม เป็นระยะเวลา 24 ชั่วโมง หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดและแสงยูวีให้มากที่สุด จนกว่าอาการบวมและแดงจะหายเป็นปกติ หากต้องการทำหัตถการอื่น ๆ บนใบหน้า ควรเว้นช่วง 2-4 สัปดาห์ ข้อห้ามในการฉีด Sculptra ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ห้ามใช้ในผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของ Sculptra ได้แก่ Poly-L-lactic acid (PLLA), Carboxymethylcellulose (CMC) , Non-pyrogenic mannitol ผู้ที่มีโรคประจำตัวภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (Autoimmune, SLE) ผู้ที่ใช้ยาในยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ที่มีประวัติเคยแพ้ชนิดรุนแรง (Anaphylaxis) ผู้ที่มีการติดเชื้อที่ผิวหนังหรือเกิดการอักเสบในตำแหน่งที่ทำ ฉีด Sculptra กี่วันเห็นผล ? หลังฉีด Sculptra จะเริ่มเห็นผลที่สัปดาห์ที่ 3 และเห็นผลลัพธ์ชัดเจนใน 3 เดือน คงผลลัพธ์ได้ประมาณ 2 ปี หรือ 25 เดือน ฉีด sculptra ต้องฉีดกี่ครั้ง ? ในผู้ที่มีปัญหาผิวไม่มาก แนะนำฉีดครั้งละ 1 ขวด ต่อเนื่องกัน 3 ครั้ง ระยะเวลาห่างกันครั้งละ 1 เดือน จากนั้นจะคงสภาพผิวได้ประมาณ 2 ปี หากมีปัญหาผิวมาก หรือในผู้ที่อายุ 30 ปีขึ้นไป แนะนำฉีดครั้งละ 2 ขวด ฉีด Sculptra อยู่ได้นานไหม ? การฉีด Sculptra แนะนำให้ฉีดต่อเนื่อง 2-3 ครั้งในช่วงแรกเพื่อปรับสภาพผิว ให้ผิวได้สร้างคอลลาเจนอย่างเต็มที่ จากนั้นจะอยู่ได้นาน 2 ปีแต่ถ้ากรณีฉีดครั้งเดียว โดยไม่ได้ฉีดซ้ำ ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 2-4 เดือน Sculptra เป็นสารที่ใช้กระตุ้นคอลลาเจน ยกกระชับผิว ให้กลับมาเปล่งปลั่งสดใส ฟื้นฟูโครงสร้างภายใน ทำให้เห็นผลลัพธ์ที่ยาวนาน ผลลัพธ์และระยะเวลาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านความงาม และ Sculptra ได้ผ่านการรับรองจาก US FDA และ อย.ไทย มั่นใจได้ว่าคลินิกเราให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก และผลิตภัณฑ์ของแท้จากบริษัทนำเข้าโดยตรงเท่านั้นค่ะ

ยินดีกับคุณหมอต่อ อาจารย์แพทย์ประจำเชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก ได้รับ Certifed Sculptra Exclusive hand-on workshop จาก Galderma Thailand

ยินดีกับคุณหมอต่อ อาจารย์แพทย์ประจำเชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก ได้รับ Certifed Sculptra Exclusive hand-on workshop จาก Galderma Thailand

ยินดีกับคุณหมอต่อ อาจารย์แพทย์ประจำเชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก ได้รับ Certifed Sculptra Exclusive hand-on workshop จาก Galderma Thailand เมื่อวันพุธที่ 9 สิงหาคม 2566 คุณหมอต่อได้รับเกียรติเป็นหนึ่งในแพทย์ไทย ที่ได้เข้าอบรมอัพเดตเทคนิคการฉีด Sculptra โดย Galderma Thailand ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Sculptra หนึ่งเดียวในประเทศไทย และได้รับ Certifed Sculptra Exclusive Hand-on Workshop จาก Galder Thailand เพื่อให้ลูกค้าเชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก ที่สนใจอยากดูแลผิวด้วย Sculptra มั่นใจได้ว่าปลอดภัย และคุณหมอของเราได้รับ Certifcate รับรองจากบริษัทโดยตรง และนำเข้ายาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย Sculptra Original Collagen Biostimulator ตัวแรกหนึ่งเดียวของโลก ที่กระตุ้นชั้นคอลลาเจนใต้ผิวหนัง เหมือนย้อนกลับอายุผิวแบบธรรมชาติด้วยตัวเอง และชั้นผิวจะถูกกระตุ้นคอลลาเจนได้ยาวนานถึง 2 ปี ผ่านการพิสูจน์และเป็นที่ยอมรับระดับโลก มายาวนานกว่า 20 ปี มีมาตรฐานรับรองโดย US FDA และ องค์การอาหารและยา (อย.) ของไทย จุดเด่นของ SCULPTRA จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับผิวอย่างต่อเนื่อง และเป็นธรรมชาติ ใบหน้ายกกระชับขึ้น ลดเลือนริ้วรอย ความยืดหยุ่นของผิวดีขึ้น เต่งตึงขึ้น ผิวเรียบเนียน กระจ่างใสยิ่งขึ้น แก้ปัญหาผิวหยาบกร้าน คืนความสมดุลให้ผิวอิ่มน้ำโดยผลลัพธ์สามารถเห็นได้ชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรก Sculptra โปรแกรมย้อนวัยผิวได้ถูกนำเข้ามาใช้ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้ว ด้วยนวัตกรรมนี้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการ Work Shop Training เท่านั้น ที่จะสามารถทำหัตถการนี้ให้ออกมาดูดี ผลลัพธ์ตอบโจทย์ผิวมากที่สุด และคุณก็สามารถมีผิวโกงอายุได้

ภาพบรรยากาศงานแถลงข่าวการจัดประกวด แม่ญิงขี่รถถีบกางจ้อง ประจำปี 2566 จังหวัดเชียงใหม่ ณ โครงการ​ Think Park Shibuya

ภาพบรรยากาศงานแถลงข่าวการจัดประกวด แม่ญิงขี่รถถีบกางจ้อง ประจำปี 2566 จังหวัดเชียงใหม่ ณ โครงการ​ Think Park Shibuya เชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก ร่วมเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ โดยคุณ อัทธ์ ไชยเหมรัช Managing Director ได้เข้าร่วมการแถลงการจัดประกวดแม่ญิงขี่รถถีบกางจ้อง เพื่ออยากส่งเสริมการท่องเที่ยงเชิงวัฒนธรรม และอนุรักษ์ประเพณีอันดีงาม

คุณหมอต่อ ได้เข้าอบรม Allergan Medical Institute สถาบันการสอนแพทย์ความงามระดับโลก จัดตั้งโดย Allergan Aesthetics

คุณหมอต่อ ได้เข้าอบรม Allergan Medical Institute สถาบันการสอนแพทย์ความงามระดับโลก จัดตั้งโดย Allergan Aesthetics เพราะความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ คือสิ่งที่ทำให้ลูกค้ามั่นใจ วันนี้ คุณหมอต่อ ได้เข้าอบรม Allergan Medical Institute สถาบันการสอนแพทย์ความงามระดับโลก จัดตั้งโดย Allergan Aesthetics เพื่อพัฒนาและยกมาตรฐานแพทย์ความงาม ที่ โรงแรม แชงกรีลา เชียงใหม่ ในการอบรมครั้งนี้เป็นการอบรมที่ให้ความรู้ และเทคนิคใหม่เกี่ยวกับ Botox และ Filler เพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดมั่นใจได้เลยว่า 𝐂𝐇𝐈𝐀𝐍𝐆 𝐌𝐀𝐈 𝐀𝐋𝐈𝐒𝐓 𝐂𝐋𝐈𝐍𝐈𝐂 จะไม่หยุดพัฒนาคุณภาพ และมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

“เชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก” ได้รับเกียรติเข้ารับรางวัล Platinum Award 2023 จากบริษัท Five Aesthetic

“เชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก” ได้รับเกียรติเข้ารับรางวัล Platinum Award 2023 จากบริษัท Five Aesthetic พี่เอลิสต์เก็บภาพบรรยากาศงาน Partner Celebration บริษัท Five Aesthetic จัดขึ้นที่ Baba Beach Club Hau Hin เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2566 มาฝากค่ะ คุณหมอต่อ เป็นตัวแทนของ “เชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก” ได้รับเกียรติเข้ารับรางวัล Platinum Award 2023 จากบริษัท Five Aesthetic รางวัลจากการใช้ผลิตภัณฑ์ Laura & Dermaglow สูงสุด 1 ใน 27 คลินิกทั่วประเทศ และมียอดใช้ผลิตภัณฑ์สูงสุดในเชียงใหม่ ความมั่นใจการใช้ผลิตภัณฑ์แท้จากบริษัทโดยตรง เป็นไปตามมาตราฐาน และปลอดภัยกับลูกค้า CHIANG MAI ALIST CLINIC ทุกท่าน

“NABOTA Award 2023” รางวัล 1 ใน 4 คลินิกที่มียอดใช้ NABOTA สูงสุดในเชียงใหม่ และเป็นหนึ่งใน 100 คลินิกระดับประเทศที่มียอดใช้ Nabota สูงสุด

“NABOTA Award 2023” รางวัล 1 ใน 4 คลินิกที่มียอดใช้ NABOTA สูงสุดในเชียงใหม่ และเป็นหนึ่งใน 100 คลินิกระดับประเทศที่มียอดใช้ Nabota สูงสุด เป็นอีกหนึ่งรางวัลที่ CHIANG MAI ALIST CLINIC ภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก และการันตีกับลูกค้าได้ว่าผลิตภัณฑ์ตัวยาแท้ ผ่านมาตรฐาน คลินิกเรารับโดยตรงกับทางบริษัทในกลุ่มบีเจซี ซึ่งเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย อย่างถูกต้องและเป็นไปตามมาตราฐาน สิ่งสำคัญที่ทำให้รางวัลนี้มีคุณค่าเพราะมันแสดงให้เห็นถึงมาตราฐาน ความมั่นใจ และคำนึงถึงความปลอดภัยของลูกค้าอยู่เสมอ ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่มอบความไว้วางใจและสนับสนุน CHIANG MAI ALIST CLINIC มาโดยตลอด

ต้นกล้า พทิตย์ธฎา โพธาเจริญ จากทีมหัวเมืองเหนือ ก้าวเข้าสู่ ผู้เข้าประกวด Mister Supranational Thailand 2023

ต้นกล้า พทิตย์ธฎา โพธาเจริญ จากทีมหัวเมืองเหนือ ก้าวเข้าสู่ ผู้เข้าประกวด Mister Supranational Thailand 2023 ขอบคุณรูปจาก : https://www.facebook.com/Misterchiangmaithailand “ต้นกล้า” ชื่อจริง พทิตย์ธฎา โพธาเจริญ อายุ 24 ปี ส่วนสูง 184 เซนติเมตร ภูมิลำเนาเป็นคนลำพูน ปัจจุบันกำลังศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะรัฐศาสตร์บริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้รับรางวัลชนะเลิศ Mister Chiang Mai 2023ได้รับรางวัล Mister Healthy Thailand 2017 คนแรกของประเทศไทยได้รับรางวัล รองอันดับ 2 Mister Global Thailand 2017 ขอบคุณรูปจาก : https://www.facebook.com/Misterchiangmaithailand หลังหยุดเดินสายประกวดมานานถึง 5 ปี ก็ได้กลับมาประกวดอีกครั้งกับเวที Mister Chiang Mai 2023 ก็คว้ารางวัลชนะเลิศเลย ด้วยบุคคลิกภาพ เสน่ห์ และทัศนคติ ถือว่าเป็นคนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสามารถไม่ว่าจะเล่นกีตาร์ ร้องเพลง แต่งเพลง เขียนเพลง พูดถึงความขยันก็ไม่แพ้กันทำได้ทุกอย่างจริงๆ ไม่ว่าจะ ส่งขนวัสดุก่อสร้าง ขับรถสิบล้อ รับเหมาซื้อขายลำไย อีกทั้งเป็นตัวแทนภาคเหนือสู่เวที Mister Supranational Thailand 2023 ขอบคุณรูปจาก : https://www.instagram.com/__klanajah/ การเตรียมตัวสู่เวที Mister Supranational Thailand 2023 ต้นกล้าได้เข้ามาเสริมความมั่นใจ ด้วยเริ่มจากเสริมจมูก ปรับทรงจมูกให้โด่งแบบดูดี โดยคุณหมอต่อ เชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก ควบคู่กับการดูแล ดูแลผิวหน้า ลดรอยสิว ปรับผิวให้กระจ่างใสด้วย ด้วยโปรแกรม A-List Signature และ Meso Alpha Arbutin ให้ผิวหน้าดูกระจ่างใส และดูแลปัญหาสิว ลดสิว โปรแกรมรักษาสิว Blue Light Klear เชียงใหม่ เอลิสต์ คลินิก ( Chiang Mai ALIST Clinic ) ดีใจที่ได้ดูแล และเป็นกำลังใจแรงเชียร์ให้ น้องต้นกล้า ได้รับชัยชนะ คว้าตำแหน่ง Mister Supranational Thailand 2023 ก้าวไปอีกขึ้นสู่ การประกวดเวทีระดับโลก Mister Supranational 2023 ที่ประเทศโปแลนด์ ร่วมลุ้นเป็นกำลังใจให้ MST 29 น้องต้นกล้า พทิตย์ธฎา โพธาเจริญ กันด้วยนะคะ