ปลูกผมด้วยพลาสม่า PRP ลดผมร่วง ผมบาง และกระตุ้นการงอกของเส้นผม
ผมบาง ผมร่วง เป็นปัญหาที่หลายคนเจอ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย สาเหตุอาจมาจากพันธุกรรม ฮอร์โมน ความเครียด พักผ่อนน้อย หรือการใช้ชีวิตประจำวันที่ทำให้เส้นผมอ่อนแอลง เมื่อผมเริ่มบางหรือร่วงมากขึ้น นอกจากจะเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนแล้ว ยังอาจทำให้ความมั่นใจลดลงโดยไม่รู้ตัว
การปลูกผมด้วยพลาสม่า PRP จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่อยากฟื้นฟูเส้นผมโดยไม่ต้องผ่าตัด PRP คือการนำเลือดของตัวเองมาผ่านกระบวนการสกัดเอาพลาสม่าที่เข้มข้น แล้วนำกลับมาฉีดที่หนังศีรษะ เพื่อช่วยบำรุงรากผม ลดผมร่วง และกระตุ้นให้เส้นผมใหม่ค่อย ๆ งอกขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เป็นการดูแลเส้นผมจากภายใน เหมาะกับคนที่เริ่มมีปัญหาผมบาง ผมร่วง และอยากฟื้นฟูผมให้กลับมาดูสุขภาพดีอีกครั้ง
โปรแกรมทำ PRP คืออะไร?
การทำ PRP ลดผมร่วง (PRP Hair Treatment) คือการนำเลือดของตัวเองเพื่อแยกพลาสม่า เพราะในพลาสม่าจะมีสารต่างๆ ที่เรียกว่า Growth Factor เช่น PDGF, EGF, KGF และ VEGF ซึ่งช่วยให้มีเลือดไปหล่อเลี้ยงเซลล์รากผมและกระตุ้นการงอกใหม่ของผมได้ โดย PRP จะเป็นเกล็ดเลือดเข้มข้น ที่เข้าไปกระตุ้นการทำงานของเซลล์รากผม ทำให้ผมดูหนาขึ้น วิธีนี้เป็นการรักษาแบบธรรมชาติที่ปลอดภัยต่อร่างกาย ทำได้โดยไม่ต้องผ่าตัด และใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน
GFC จะเข้าไปช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ใต้หนังศีรษะ ฟื้นฟูสภาพหนังศีรษะ และซ่อมแซมรากผมที่อ่อนแอในบริเวณที่ผมบาง เส้นเล็ก หรือกำลังร่วง ให้กลับมางอกใหม่ แข็งแรงขึ้น ดูหนาแน่นขึ้น และช่วยให้เส้นผมมีคุณภาพดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
PRP ลดผมร่วง ช่วยอะไรบ้าง? แก้ปัญหาผมบาง ผมร่วงได้อย่างไร?
การทำ PRP ผมช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมและการแบ่งตัวของเซลล์บริเวณหนังศีรษะ ทำให้รากผมที่อ่อนแอค่อย ๆ ฟื้นตัวและกลับมาทำงานได้ดีขึ้น นอกจากนี้ การทำ PRP ยังเข้าไปกระตุ้นรากผมที่เคยหยุดการเจริญเติบโตให้กลับมาสร้างเส้นผมใหม่ เพิ่มความหนาและความแข็งแรงของเส้นผมจากที่เคยลีบเล็กหรือบางให้ดูมีน้ำหนักมากขึ้น พร้อมทั้งช่วยลดการหลุดร่วงด้วยการยืดอายุวงจรชีวิตของเส้นผม ในบางรายยังช่วยเพิ่มความหนาแน่น ทำให้บริเวณที่ผมบางหรือแนวผมดูเต็มขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
การทำ PRP กระตุ้นการงอกของเส้นผม ใช้เวลานานแค่ไหน?
โดยทั่วไปการปลูกผมด้วย PRP จะเริ่มกระตุ้นการงอกของเส้นผมแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้เห็นผลทันที
หลังทำประมาณ 1–2 เดือนแรก จะเริ่มสังเกตได้ว่าผมร่วงลดลง หนังศีรษะแข็งแรงขึ้น จากนั้นช่วง 3–4 เดือน จะเริ่มเห็นเส้นผมใหม่งอกขึ้น โดยเส้นผมจะค่อย ๆ หนาและแข็งแรงขึ้นเรื่อย ๆ ผลลัพธ์จะชัดเจนมากขึ้นในช่วง 4–6 เดือน
เมื่อเข้ารับการทำ PRP อย่างต่อเนื่องตามคอร์สประมาณ 3–5 ครั้ง และมีการฉีดกระตุ้นซ้ำทุก 6–12 เดือน จะเห็นผลชัดเลยว่าเส้นผมดูหนาขึ้น ผมร่วงน้อยลงและลูกผมเส้นเล็กๆเริ่มเยอะขึ้นตามแนวไรผม
ทั้งนี้ ระยะเวลาเห็นผลอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับสภาพรากผม ความรุนแรงของผมบาง ผมร่วง และการดูแลตัวเองหลังทำ PRP อย่างสม่ำเสมอ
การทำ PRP เหมาะกับใครบ้าง?
การปลูกผมด้วย PRP เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหาผมบาง ผมร่วง และต้องการฟื้นฟูเส้นผมแบบไม่ผ่าตัด วิธีนี้จะช่วยกระตุ้นรากผมที่ยังไม่ตายให้กลับมาแข็งแรงขึ้น จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการชะลอผมบางและดูแลเส้นผมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น รวมถึงผู้ที่อยากใช้การรักษาที่ปลอดภัยและเป็นธรรมชาติจากร่างกายของตัวเอง คนที่เหมาะกับการปลูกผมด้วย PRP ได้แก่
คนที่ผมบาง ผมร่วงขาดง่าย เส้นผมเล็กลีบแบน
- คนที่ผมร่วงจากความเครียด ฮอร์โมน หรือพันธุกรรมระยะเริ่มต้น
- คนที่มีเส้นผมอ่อนแอ ผมเส้นเล็ก ผมไม่แข็งแรง
- คนที่ต้องการลดผมร่วงและกระตุ้นการงอกของเส้นผมโดยไม่ผ่าตัด
- คนที่เคยปลูกผมและต้องการบำรุงให้ผมที่ปลูกงอกดีและแข็งแรงขึ้น
การทำ PRP ต้องทำกี่ครั้ง? ถึงจะเห็นผลลัพธ์ดีที่สุด?
- ควรทำประมาณ 3–5 ครั้ง เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ชัดเจน
- เว้นระยะห่างครั้งละประมาณ 3–4 สัปดาห์
- หลังทำครบคอร์ส จะเริ่มรู้สึกว่าผมร่วงลดลง และเริ่มเห็นผมใหม่งอกขึ้นในช่วง 3–6 เดือน
- หลังจากนั้นสามารถทำ PRP ซ้ำทุก 6–12 เดือน เพื่อช่วยคงผลลัพธ์และบำรุงรากผมให้แข็งแรงต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ผลลัพธ์และจำนวนครั้งที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับสภาพเส้นผม ระดับความรุนแรงของผมบาง ผมร่วง และการดูแลตัวเองหลังทำ PRP อย่างสม่ำเสมอ รับคำปรึกษาจากคุณหมอที่ ALIST คลินิกทันที
การเตรียมตัวก่อนทำ PRP ลดผมร่วง
- พักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 6–8 ชั่วโมงก่อนทำ
- ดื่มน้ำให้มากในวันก่อนและวันทำ PRP เพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนดี
- สระผมให้สะอาดก่อนเข้ารับการรักษา และหลีกเลี่ยงการใส่ผลิตภัณฑ์จัดแต่งผม
- ควรหลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อน การเข้าซาวน่า หรืออบไอน้ำ อย่างน้อย 2 วัน หลังการรักษา
- ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรง หากมีการฉีดบริเวณหนังศีรษะ
- งดแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนทำ
- ควรหลีกเลี่ยงอาหารเสริมหรือวิตามินที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น น้ำมันปลา กระเทียม และวิตามินอีในขนาดสูง
- หากมีโรคประจำตัวหรือกำลังรับประทานยาอยู่ ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบก่อนทำ PRP
- ก่อนเข้าทำ PRP ควรดื่มน้ำสะอาดประมาณ 1.5 – 2 ลิตร ล่วงหน้าก่อน 1 วัน จะช่วยลดความหนืดของเลือด ทำให้สกัดพลาสม่าออกมาได้ง่าย
ขั้นตอนการทำ PRP ลดผมร่วง มีดังนี้
- แพทย์จะเริ่มจากการ ซักประวัติและประเมินสภาพเส้นผมกับหนังศีรษะ เพื่อดูว่าควรฉีดบริเวณไหนบ้าง
- แพทย์จะทำเจาะเลือดจากแขนเล็กน้อย คล้ายการตรวจเลือดทั่วไปในปริมาณ 10 – 20 CC
- แพทย์จะนำเลือดไปปั่นแยกด้วยเครื่องเฉพาะทาง เพื่อสกัดพลาสม่าที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP)
- แพทย์จะทำความสะอาดหนังศีรษะและฉีดยาชาบริเวณหนังศรีษะ
- แพทย์จะฉีด PRP เข้าบริเวณหนังศีรษะ ที่มีปัญหาผมร่วงหรือผมบาง เพื่อกระตุ้นรากผม
- หลังทำอาจมีอาการตึงหรือระคายเล็กน้อย ซึ่งจะหายไปเองในเวลาไม่นาน
การ PRP จะใช้เวลาประมาณ 30–60 นาที และหลังทำสามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ทันที PRP จะช่วยลดผมร่วง ฟื้นฟูรากผม และกระตุ้นให้เส้นผมใหม่ค่อย ๆ งอกขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
วิธีดูแลตัวเองหลังทำ PRP ลดผมร่วง
หลังทำ PRP ปลูกรากผม การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจะช่วยให้รากผมฟื้นตัวได้ดี ลดการระคายเคือง และทำให้เห็นผลลัพธ์ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยส่วนใหญ่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ เพียงหลีกเลี่ยงบางอย่างในช่วงแรก เพื่อให้ PRP ทำงานกับหนังศีรษะได้อย่างเต็มที่
- งดสระผมอย่างน้อย 24 ชั่วโมงแรก หลังทำ
- หลีกเลี่ยงการเกา นวด หรือกดแรง ๆ บริเวณหนังศีรษะ
- งดออกกำลังกายหนัก การเข้าซาวน่า หรืออบไอน้ำ ประมาณ 24–48 ชั่วโมง
- หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ อย่างน้อย 1–2 วัน
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ และพักผ่อนให้ร่างกายฟื้นตัว
- หากมีอาการตึง แดง หรือระคายเล็กน้อย ถือเป็นอาการปกติและจะค่อย ๆ หายไปเอง
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และมาตามนัดทุกครั้ง
ข้อควรหลีกเลี่ยงช่วงแรกหลังทำ PRP ลดผมร่วง
ช่วงแรกหลังทำ PRP ลดผมร่วง เป็นช่วงที่หนังศีรษะกำลังฟื้นฟูและดูดซึมสารกระตุ้นจาก PRP ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่จะไประคายเคืองหนังศรีษะ เช่น การเกา นวด หรือขยี้บริเวณหนังศีรษะ การใช้เครื่องจัดแต่งผม การทำสีผม หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมี อย่างน้อย 3–5 วัน เนื่องจากอาจทำให้หนังศีรษะระคายเคืองและชะลอการฟื้นตัว โดยเฉพาะในกรณีที่ทำเพื่อรักษาปัญหาผมร่วง
หลังจากผ่านไป 24–48 ชั่วโมง คนไข้สามารถสระผมได้อย่างเบาๆ โดยใช้แชมพูสูตรอ่อนโยนและน้ำอุณหภูมิปกติ ควรหลีกเลี่ยงการขัด นวด หรือกดแรง ๆ บริเวณที่ฉีด เพื่อให้หนังศีรษะได้รับประโยชน์จาก PRP อย่างเต็มที่ในการฟื้นฟูและกระตุ้นการงอกของเส้นผม
เลือกทำโปรแกรม PRP ที่ ALIST คลินิก ลดผมร่วง ผมล้านลีบแบน
การทำ PRP ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่โดดเด่นในการฟื้นฟูเส้นผม ช่วยลดผมร่วง กระตุ้นการงอกของเส้นผมใหม่ และบำรุงรากผมให้แข็งแรงจากภายใน ด้วยการใช้กลไกการฟื้นฟูตามธรรมชาติของร่างกาย จึงเป็นวิธีที่ปลอดภัย ไม่ต้องผ่าตัด และเหมาะกับทั้งผู้หญิงและผู้ชายที่เริ่มมีปัญหาผมบาง ผมร่วง อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ของ PRP อาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน
ทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์ของ ALIST Clinic จะทำการประเมินสภาพเส้นผมและหนังศีรษะของคุณอย่างละเอียด ด้วยการวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาจากต้นตอ เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล ทางคลินิกออกแบบโปรแกรมการดูแลและรักษาผมร่วงให้สอดคล้องกับสุขภาพหนังศีรษะของแต่ละบุคคล พร้อมให้คำแนะนำด้านการดูแลตนเองและโภชนาการที่เหมาะสม เพื่อประสิทธิภาพในการดูแลเส้นผมที่แก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด สอบถามPRP ราคาเท่าไหร่? เช็กโปรแกรมการทำ PRP ได้ที่นี่
หากคุณกำลังมองหาวิธีดูแลเส้นผมที่ปลอดภัย เป็นธรรมชาติ และเห็นผลจริง โปรแกรม PRP ฟื้นฟูเส้นผม คืออีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม สามารถนัดปรึกษาแพทย์หรือสอบถามรายละเอียดกับทางคลินิกได้ทันที เพื่อเริ่มดูแลรากผมให้แข็งแรง ลดผมร่วง และค่อย ๆ เรียกความมั่นใจกลับมาอีกครั้งอย่างเป็นธรรมชาติ
